Category: กฎหมายแรงงาน

  • “ลุงเขาอายุ 64 แล้วนะ แต่เพิ่งมาทำงานที่นี่ได้ 3 ปี พอเขาจะขอเกษียณ HR บอกว่าไม่มีสิทธิ์ได้ค่าชดเชย มันยุติธรรมมั้ยพี่” น้องในทีมวางแก้วกาแฟแล้วหันมาถามผมเงียบๆ ตอนพักเที่ยง ผมนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง เพราะคำถามนั้นตรงกับเคสที่ผมเพิ่งได้อ่านคำพิพากษาอยู่พอดี . เมื่อลูกจ้างเริ่มต้นชีวิตการทำงาน “หลังเกษียณ” ลองนึกภาพนี้ บริษัทมีข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานที่เขียนไว้ชัดเจนว่าพนักงานเกษียณเมื่ออายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ แต่วันหนึ่ง มีชายชื่อ “ทองเหลือง” เดินเข้ามาสมัครงานตำแหน่งพนักงานขับรถ ขณะนั้นเขาอายุ 61 ปีแล้ว HR รับเขาเข้ามา ทำสัญญาจ้าง ทำงานได้ค่าจ้างวันละ 400 บาท ชีวิตปกติดีทุกอย่าง ผ่านไป 3 ปี ทองเหลืองอายุ 64 ปีกว่า เขาเริ่มรู้สึกว่าร่างกายไม่ไหวแล้ว จึงเขียนหนังสือถึงบริษัทว่าขอใช้สิทธิเกษียณอายุตามมาตรา 118/1 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน และขอรับค่าชดเชยตามกฎหมาย เหตุผลที่เขาอ้างก็ฟังดูสมเหตุสมผล บริษัทกำหนดเกษียณไว้ที่ 60 ปี แต่เขาเริ่มทำงานตอนอายุ 61 แล้ว แปลว่า…

  • “คุณพี่ครับ ทำไมบริษัทถึงไม่ยอมจ่ายค่าชดเชยให้พี่ทองหยิบเลย ทั้งที่พี่ก็แจ้งขอเกษียณตามกฎหมายแล้ว” ผมวางแฟ้มลงช้าๆ แล้วมองน้องขนมชั้นที่นั่งตรงหน้า เธอถือหนังสือแจ้งเกษียณของพี่ทองหยิบมาให้ดู ตัวอักษรสั่น เหมือนมือที่เขียนมันตอนนั้น “เดี๋ยวเล่าให้ฟังนะ” ผมพูด “เรื่องนี้มันไม่ง่ายอย่างที่คิด” . เมื่อคนเริ่มงานตอนหกสิบสอง พี่ทองหยิบมาสมัครงานที่นี่ตอนอายุ 62 ปี ไม่ใช่เรื่องแปลก บางคนเกษียณจากที่เก่าแล้วยังอยากทำงานต่อ บางคนสถานการณ์ชีวิตบังคับให้ต้องหาเงินเพิ่ม พี่ทองหยิบเป็นกรณีที่สองผมนั่งสัมภาษณ์เองวันนั้น เขาพูดชัด ทำงานได้ มีประสบการณ์บัญชีต้นทุนมาสิบกว่าปี เราตกลงรับเข้ามาในตำแหน่งผู้จัดการแผนกต้นทุน เงินเดือนเดือนละห้าหมื่นกว่าบาท ตอนนั้นข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของเราระบุว่าเกษียณที่อายุ 60 ปี พี่ทองหยิบอายุเกิน 60 แล้วตั้งแต่วันแรกที่เดินเข้ามา ผมไม่ได้คิดอะไรมาก ทุกอย่างเดินไปปกติ จนกระทั่งปี 2564 บริษัทแก้ไขข้อบังคับ ขยายอายุเกษียณเป็น 65 ปี และพี่ทองหยิบตอนนั้นอายุ 69 ปีแล้ว เขาส่งหนังสือขอเกษียณอายุมาในเดือนมีนาคม ขอให้มีผลสิ้นเดือนพฤษภาคม ฝ่ายบริหารไม่อนุมัติ . ทำไมถึงคิดว่าไม่ต้องจ่าย ผมเองก็งงอยู่ตอนนั้น เพราะผู้บริหารมีเหตุผลฟังดูสมเหตุสมผลพอสมควร เขาบอกว่า “พี่ทองหยิบเข้ามาทำงานตอนอายุ 62 แล้ว เกินเกณฑ์เกษียณเดิมของเราที่ 60…

  • ไม่มีใครวางแผนให้มาเจอกัน แต่มันก็เกิดขึ้น ในห้องเล็กๆ ของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน วันนั้นมีสามคนนั่งรอเจ้าหน้าที่พนักงานไกล่เกลี่ย ทองหยิบ — ลูกจ้างที่เพิ่งรู้ว่าตัวเองมีสิทธิ ขนมชั้น — นายจ้างที่จ่ายโดยสุจริตแต่ไม่ครบ ลอดช่อง — HR ที่อยู่ตรงกลางพร้อมเอกสารในมือ สามคน สามมุมมอง หนึ่งบทเรียนเดียวกัน . ปัญหาเดิมที่เกิดซ้ำในทุกองค์กร ทองหยิบไม่ได้โกรธขนมชั้น เพราะรู้ว่าเขาไม่ได้ตั้งใจ ขนมชั้นไม่ได้โกรธลอดช่อง เพราะรู้ว่าเธอไม่ได้ปิดบัง ลอดช่องไม่ได้โกรธตัวเอง เพราะรู้ว่าตอนนั้นทำดีที่สุดเท่าที่รู้ แต่ถึงกระนั้น — ทั้งสามคนก็ยังนั่งอยู่ที่นี่ เพราะปัญหานี้ไม่ได้เกิดจากเจตนาร้าย มันเกิดจาก ช่องว่างของความรู้ ระหว่างสามฝ่าย ที่ไม่มีใครพยายามเชื่อมให้มันแคบลง . สิทธิลูกจ้างไม่ใช่ของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง มาตรา ๑๖ ว่าด้วยสิทธิของลูกจ้างนั้น เขียนไว้เพื่อสร้างความชัดเจน ไม่ใช่เพื่อให้ฝ่ายหนึ่งเอาไปสู้กับอีกฝ่าย ลูกจ้างต้องรู้สิทธิของตัวเอง — เพื่อรับสิ่งที่ควรได้รับ นายจ้างต้องรู้สิทธิของลูกจ้าง — เพื่อจ่ายให้ถูกต้องและหลีกเลี่ยงข้อพิพาท HR ต้องรู้ทั้งสองด้าน — เพื่อเป็นสะพานที่ทำหน้าที่ได้จริง ถ้าทุกฝ่ายรู้ สิ่งที่เกิดขึ้นจะไม่ใช่การต่อสู้ แต่เป็นการทำงานร่วมกันอย่างมีศักดิ์ศรีทั้งสองฝ่าย .…

  • “พี่ลอดช่อง — ทางบริษัทบอกว่าจ่ายถูกแล้ว แต่พนักงานบอกว่าไม่ครบ ใครถูกครับ?” ลอดช่องวางปากกาแล้วมองหน้าผู้จัดการฝ่ายผลิตที่นั่งตรงข้าม “ต้องดูข้อมูลก่อนถึงจะตอบได้” เธอพูดเรียบๆ แต่ในหัวมีเสียงหนึ่งพูดเงียบๆ ว่า — “ฉันรู้ว่าใครถูกแล้ว แต่จะบอกได้ยังไง” . ชีวิต HR กับหน้าที่ที่ต้องยืนสองข้าง ลอดช่องทำ HR มาแปดปีในโรงงานขนาดกลาง หน้าที่หลักคือดูแลคนและนโยบาย แต่งานจริงมักอยู่ตรงกลางระหว่างสิ่งที่ “บริษัทต้องการ” กับสิ่งที่ “ลูกจ้างมีสิทธิ์” สองอย่างนี้ไม่ได้ขัดกันเสมอไป แต่ถ้าขัดกันเมื่อไหร่ — ลอดช่องต้องยืนตรงนั้น เหตุการณ์ที่ว่า เกิดจากการเลิกจ้างพนักงานขับรถสองคน บริษัทจ่ายค่าชดเชยตามอายุงาน แต่พนักงานยื่นเรื่องว่าไม่ได้รับสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า และค่าล่วงเวลาย้อนหลังสองเดือน HR ตรวจสอบแล้วพบว่า — ทั้งสองอย่างนั้น ลูกจ้างพูดถูก . ช่วงเวลาที่ยากที่สุดในงาน HR ไม่ใช่ตอนที่ต้องตัดสินใจ แต่คือตอนที่ต้องรายงาน ลอดช่องนั่งพิมพ์รายงานอยู่นาน ข้อมูลมันชัด แต่มือมันหนัก เพราะผู้บริหารที่ต้องรับเรื่องนี้คือคนที่เซ็นอนุมัติการเลิกจ้างตั้งแต่ต้น และตอนนั้นก็ถามว่า “จ่ายครบแล้วใช่ไหม?” ลอดช่องก็ตอบว่า “ใช่” เพราะคิดตามนิยามเดิมที่ใช้มาโดยตลอด แต่นิยามนั้นมันไม่ครบ สิทธิลูกจ้างตามกฎหมายแรงงาน…

  • “ผมจ่ายครบทุกอย่างนะ แล้วทำไมยังต้องมาขึ้นศาล?” เสียงของขนมชั้นดังขึ้นในห้องประชุมเล็กๆ ที่มีทนายความนั่งอยู่ตรงหน้า ทนายถอนหายใจเบาๆ แล้วพูดช้าๆ “คุณจ่ายครบ แต่ไม่ได้จ่ายถูกต้อง — สองอย่างนี้ไม่เหมือนกันครับ” . โรงงานที่เดินหน้ามาสิบห้าปีโดยไม่เคยมีปัญหา โรงงานผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ของขนมชั้นเปิดมานาน พนักงานสามร้อยกว่าคน ไม่เคยมีคดีแรงงานสักครั้ง ภูมิใจตรงนี้มาก “ที่นี่ดูแลลูกน้องดี จ่ายเกินขั้นต่ำ มีโบนัสทุกปี ไม่เคยผิดนัดเงินเดือน” แต่ปีที่ผ่านมาต้องลดพนักงานเพราะออเดอร์หาย เลิกจ้างไปสามสิบคน จ่ายชดเชยตามอายุงาน คิดว่าจบแล้ว แล้วก็มีหนังสือจากกรมสวัสดิการ . ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ว่าจ่ายหรือไม่จ่าย แต่อยู่ที่ว่าจ่ายอะไรบ้าง ทนายความนั่งอธิบายอยู่นานสองชั่วโมง ขนมชั้นถึงได้เข้าใจว่าปัญหาอยู่ตรงไหน ค่าชดเชยนั้นจ่าย — แต่ไม่ได้รวมค่าคอมมิชชั่นไว้ในฐานการคำนวณ สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า — จ่าย แต่คำนวณจากเงินเดือนฐาน ไม่รวมเบี้ยขยัน ค่าชดเชยพิเศษ — ไม่รู้ว่าต้องจ่ายเพราะไม่รู้ว่ากรณีนั้นเข้าเงื่อนไข “ผมไม่ได้ตั้งใจโกงนะ” ขนมชั้นพูดเบาๆ “ผมรู้ครับ” ทนายพยักหน้า “แต่ศาลไม่ได้ตัดสินจากเจตนา” . บทเรียนห้าล้านบาทที่ไม่อยากให้ใครต้องจ่ายแบบนี้ ท้ายที่สุดตกลงกันนอกศาล จ่ายส่วนต่างรวมดอกเบี้ยและค่าทนาย ตัวเลขที่ออกมาไม่ใช่ตัวเลขที่ใหญ่มากในแง่บัญชี แต่ใหญ่มากในแง่ความรู้สึก สิ่งที่ขนมชั้นทำหลังจากนั้นคือ เรียก HR…

  • “ทำไมเราถึงไม่เคยรู้เลยนะ…” ทองหยิบพึมพำคนเดียวอยู่หน้าใบแจ้งเงินเดือน เดือนที่สิบสองของปี สายตาวิ่งไปที่ตัวเลขค่าล่วงเวลา แล้วก็หยุด มันน้อยกว่าที่คิด ไม่ใช่ครั้งแรกที่รู้สึกแบบนี้ แต่เป็นครั้งแรกที่อยากรู้ว่า — ที่ถูกต้องมันควรเป็นเท่าไหร่ . วันที่ทำงานโดยไม่รู้ว่าตัวเองมีอะไรบ้าง ทองหยิบทำงานโรงงานผลิตอาหารมาหกปี เข้าตี ห้าออกบ่ายสาม ทำงานวันเสาร์เป็นประจำ วันหยุดยาวก็บางทีถูกเรียกมา ไม่เคยบ่น เพราะมันดูเป็นเรื่องปกติของที่นี่ “ถ้าไม่มา ก็ไม่ได้เงินพิเศษ ถ้ามาก็ได้เพิ่ม” นั่นคือสิ่งที่รู้มาตลอด แต่ไม่เคยรู้ว่า “เพิ่ม” นั้นคือเท่าไหร่ ควรคำนวณยังไง และถ้าไม่ได้รับตามนั้น — มีสิทธิ์ทำอะไรได้บ้าง ปัญหาของทองหยิบไม่ใช่ความโกรธ แต่คือความไม่รู้ . วันที่เพื่อนข้างไลน์แชร์หนังสือเล่มเล็ก สมัครเป็นกรรมการสหภาพในโรงงาน ได้หนังสือเล่มบาง หน้าปกเขียนว่า “สิทธิของลูกจ้าง” เปิดดูเฉยๆ ตอนแรก แต่พออ่านถึงหน้า ๑๖ มือก็หยุดพลิก มีทั้งหมดเจ็ดข้อ ข้อ ๑๖.๑ — ลูกจ้างมีสิทธิรับค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา และค่าทำงานในวันหยุด ข้อ ๑๖.๒ — มีสิทธิได้รับสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ถ้านายจ้างเลิกจ้างโดยไม่แจ้งก่อน…

  • ครั้งแรกที่ผมจับปากกาเซ็นสัญญาให้คนอื่น “น้องช่วยเตรียมสัญญาจ้างให้พนักงานใหม่ 3 คนด้วยนะ เริ่มงานจันทร์นี้เลย” เสียงพี่ฝ่ายบุคคลดังมาจากห้องประชุมก่อนที่ประตูจะปิดสนิท ผมนั่งอยู่กับโต๊ะทำงานตัวใหม่ ตำแหน่งเจ้าหน้าที่ HR สัปดาห์แรกของชีวิตการทำงาน มือยังไม่แห้งจากการจับใบปริญญา . ? HR เด็กจบใหม่ ครั้งแรกที่ทำสัญญาจ้าง ไม่มีใครบอกว่าตรงไหนคือกับดัก ! #hrรีพอร์ต . ## วันแรกที่รู้ว่า “สัญญาจ้าง” ไม่ใช่แค่กระดาษ ผมเปิดไฟล์ template สัญญาจ้างที่ฝ่าย HR ใช้มา “หลายปีแล้ว” ตามคำบอกของพี่สาวที่แนะนำงานให้ กระดาษ 5 หน้า ตัวอักษรเล็กจิ๋ว ภาษากฎหมายทั้งนั้น ผมนั่งอ่านอยู่ครึ่งชั่วโมง แล้วก็รู้ว่า… อ่านไม่เข้าใจ แต่ก็พิมพ์ออกมา 3 ชุด ใส่แฟ้ม รอให้พนักงานใหม่มาเซ็น วันจันทร์ คุณเอก คุณแนน คุณปอ มานั่งเซ็นชื่อหน้าโต๊ะผม ทุกคนพลิกไปที่หน้าสุดท้ายตรงช่องลายเซ็นแทบจะทันที ไม่มีใครอ่านเลยสักคน แล้วก็ไม่มีใครถาม ผมก็ไม่รู้จะอธิบายอะไร เพราะตัวเองก็ยังไม่รู้อะไรเลย .…

  • “พี่ครับ… เราบอกน้องไม่ผ่านทดลองงานเมื่อกี้แล้ว ให้เขาเซ็นใบลาออกไปเรียบร้อย”ผมวางแก้วกาแฟลงช้าๆ แล้วมองหน้าคุณต้น HR Manager ที่นั่งยิ้มอยู่ตรงหน้า“แล้วจ่ายเงินให้เขาไหม?”“จ่ายตามวันที่ทำมาครับ รอรอบบัญชีปกติวันที่ 25”ผมนิ่งไปครู่หนึ่งใจหนึ่งอยากบอกว่า… พี่เพิ่งพาบริษัทเดินเข้าทุ่นระเบิดโดยไม่รู้ตัวเลยนะ.วันที่ทุกคนคิดว่าทำได้ เพราะไม่เคยมีใครฟ้องในองค์กรที่ผมเคยทำงานมา ไม่ว่าจะกี่ที่ กี่ขนาด กี่อุตสาหกรรม สิ่งที่เจอซ้ำๆ แทบทุกที่คือ “พิธีกรรมบอกไม่ผ่านทดลองงาน” ที่ทำผิดกฎหมายแรงงานแบบครบสูตร แต่ไม่มีใครรู้ว่าผิดเพราะลูกจ้างไม่รู้กฎหมายเพราะลูกจ้างไม่ฟ้องเพราะ HR รุ่นก่อนก็ทำแบบนี้ แล้วก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลยกลายเป็นวัฒนธรรมองค์กรที่ส่งต่อกันมา ว่า “บอกไม่ผ่านทดลองงาน แล้วให้เซ็นใบลาออก ก็จบ”ง่ายดี สะอาดดี ไม่มีประวัติ ไม่มีปัญหาจนวันที่ลูกจ้างคนหนึ่ง เปิด Google แล้วพิมพ์ว่า “ถูกบังคับลาออกทำได้ไหม”.ความผิดข้อแรก — บังคับให้ลาออก แต่เรียกว่า “แนะนำ”เรื่องแรกที่ HR มักทำผิดโดยไม่รู้ตัวคือ การ “แนะนำให้ลูกจ้างลาออกเอง” แทนที่จะออกหนังสือเลิกจ้างตรงๆเหตุผลที่ให้ฟังดูดีมาก“เพื่อไม่ให้เสียประวัติน้องครับ”“ที่ใหม่โทรมาถามเรา เราจะบอกว่าน้องออกเองนะ ไม่ใช่โดนไล่ออก”“ลาออกเองดีกว่า จะได้ไม่ติดแบล็คลิสต์”ฟังดูเป็นห่วง ฟังดูใจดีแต่ในทางกฎหมายแรงงาน… การบอกให้ลูกจ้างลาออกเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกเลิกจ้าง ถือเป็น “การเลิกจ้าง” ประเภทหนึ่งอยู่ดีถ้าลูกจ้างรู้กฎหมาย เขาสามารถฟ้องเรียกค่าบอกกล่าวล่วงหน้าได้ทันทีใบลาออกที่เขาเซ็น ไม่ได้ช่วยให้บริษัทรอดเสมอไป.ความผิดข้อสอง — บอกผิดวัน บอกผิดงวดสมมติน้องทำงานมาตั้งแต่วันที่…

  • เมื่อความลับเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ลองนึกภาพว่าคุณเป็นนักพัฒนาแอปสมาร์ทโฟนรายหนึ่ง วันหนึ่งคุณได้รับโทรศัพท์จากบริษัทเทคโนโลยีชื่อดัง พวกเขาต้องการให้คุณพัฒนาแอปพิเศษที่จะปฏิวัติวงการโซเชียลมีเดีย แต่ก่อนที่พวกเขาจะเล่าไอเดียให้ฟัง สิ่งแรกที่เขาขอให้คุณทำคือ “ลงชื่อในเอกสารนี้ก่อน” เอกสารนั้นคือ “สัญญารักษาความลับ” หรือที่เรียกกันสั้นๆ ว่า NDA (Non-Disclosure Agreement) ซึ่งเป็นเรื่องปกติมากในโลกธุรกิจปัจจุบัน NDA คืออะไรกันแน่? พูดง่ายๆ แล้ว สัญญารักษาความลับคือ “สัญญาสัญญา” ระหว่างคนสองฝ่าย โดยฝ่ายหนึ่งหรือทั้งสองฝ่ายสัญญาว่าจะไม่เอาข้อมูลลับของกันและกันไปเล่าให้คนอื่นฟัง เหมือนกับการทำ “คำมั่นสัญญา” ให้เก็บความลับ แต่มีผลทางกฎหมายด้วย ตัวอย่างจากชีวิตจริง: สมมติว่าคุณเป็นพ่อครัวที่มีสูตรต้มยำกุ้งลับสุดอร่อย คุณต้องการให้ร้านอาหารใหญ่มาใช้สูตรนี้ แต่กลัวว่าเขาจะเอาสูตรไปให้คนอื่น การลงนาม NDA จะทำให้เขาผิดกฎหมายถ้าเอาสูตรของคุณไปบอกใคร ทำไม NDA ถึงสำคัญ? ในโลกธุรกิจ ข้อมูลคือพลัง บริษัทใหญ่ๆ มักมี “ความลับทางธุรกิจ” ที่หากรั่วไหลไปได้ อาจทำให้เสียเปรียบคู่แข่งหรือเสียหายอย่างมหาศาล iPhone รุ่นแรก ปี 2007 ก่อน iPhone จะเปิดตัว พนักงานของ Apple ทุกคนที่เกี่ยวข้องกับโปรเจคนี้ต้องลงนาม NDA…

  • เงินเปอร์เซ็นต์จากค่าตั๋วโดยสารที่ลูกจ้างได้รับ ไม่ถือเป็นค่าจ้าง ตามกฎหมายแรงงาน เพราะ… ดังนั้น ศาลฎีกาตัดสินว่า “เงินเปอร์เซ็นต์จากค่าตั๋วโดยสาร ไม่ใช่ค่าจ้าง” และไม่ต้องนำมาคำนวณจ่ายค่าทำงานในวันหยุด สรุป เงินที่ได้จากยอดขาย หรือเปอร์เซ็นต์จากรายได้ อาจไม่นับเป็นค่าจ้างเสมอไป! ขึ้นอยู่กับว่า เป็นค่าตอบแทนเวลาทำงานปกติหรือไม่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๙๘๑-๙๙๑/๒๕๒๖ (เงินเปอร์เซ็นต์) #hrรีพอร์ต