HR รีพอร์ต
Everything in hr job.
Category: การพัฒนาบุคลากร
-
วันที่ผมเริ่มงานที่โรงงานแห่งนี้ สิ่งแรกที่พี่ฝ่ายผลิตบอกคือประโยคสั้น ๆ ว่า “ถ้าจะเรียนเรื่องเครื่อง ไปถามพี่ช่าง เขารู้ทุกอย่าง” ผมก็ไปถามพี่ช่างจริง ๆ และพี่ช่างก็อธิบายได้จริง ๆ ด้วย ทั้งเรื่องการตั้งค่าเครื่องจักร การอ่านสัญญาณความผิดปกติที่คนอื่นมองไม่เห็น วิธีแก้ปัญหาเฉพาะหน้าที่สั่งสมมาจากประสบการณ์กว่า 20 ปี พี่ช่างเล่าทุกอย่างได้ราวกับอ่านจากหนังสือ แต่ไม่มีอะไรเขียนอยู่ในหนังสือเล่มไหนเลย ทั้งหมดนั้นอยู่ในหัวของพี่ช่างคนเดียว นั่นคือจุดที่ผมเริ่มตระหนักว่า เราอาจมีปัญหาใหญ่รออยู่ข้างหน้า . องค์กรไม่รู้ว่าตัวเองรู้อะไร ในฐานะ HR ที่ดูแลงานพัฒนาองค์กรและการฝึกอบรม หนึ่งในงานที่ผมต้องทำคือออกแบบ Training Plan ประจำปี แต่ทุกครั้งที่นั่งคิดก็รู้สึกว่าอบรมอะไรไปก็ไม่ค่อยถูกจุด เพราะไม่รู้จริง ๆ ว่าพนักงานแต่ละคนรู้อะไร ไม่รู้อะไร และจุดไหนที่เสี่ยงที่สุดในระบบ ผมเริ่มลองทำ Skills Matrix อย่างง่าย ๆ ในตารางชื่อพนักงานกับทักษะ ให้คะแนน 0–4 ผลที่ได้น่าตกใจมาก ทักษะที่สำคัญที่สุดในสายการผลิตมีคะแนนระดับผู้เชี่ยวชาญอยู่แค่ 2 คน คนหนึ่งคือพี่ช่างที่จะเกษียณในอีก 18 เดือน อีกคนกำลังจะย้ายงาน ผมมองผลคะแนนที่วางบนโต๊ะแล้วนั่งนิ่งอยู่พักใหญ่ นี่ไม่ใช่แค่ปัญหา…
-
มีคำถามหนึ่งที่ผมถามตัวเองซ้ำหลายครั้งก่อนจะเริ่มเขียน Course Outline แม้แต่บรรทัดเดียว “ถ้าอบรมเสร็จแล้วพรุ่งนี้เช้า หัวหน้างานจะทำอะไรต่างออกไปจากเมื่อวาน?” ดูเหมือนคำถามง่าย แต่ความจริงคือมันตัดทิ้งได้เกือบ 60% ของเนื้อหาที่ผมเตรียมไว้ในร่างแรก และพาผมไปสู่กระบวนการออกแบบที่ยากเอาการ นี่คือบันทึกของการสร้างหลักสูตรนี้ บริบทที่ทำให้ทุกอย่างไม่ง่ายอย่างที่คิด โรงงานที่ผมทำงานอยู่เป็นโรงงานการผลิตขนาดกลาง มีพนักงานประมาณ 250 คน เดินสายการผลิตสองกะต่อวัน ถือมาตรฐานสากลหลายระบบพร้อมกัน ทั้งด้านคุณภาพ สิ่งแวดล้อม และความปลอดภัย ฟังดูเป็นองค์กรที่มีระบบชัดเจน และในแง่กระดาษก็ใช่ แต่สิ่งที่เห็นเมื่อเดินเข้าไปในสายการผลิตจริงบอกเรื่องราวที่ต่างออกไป ปัญหาเดิมเกิดซ้ำทุกสัปดาห์ในจังหวะเดิม เครื่องจักรหยุดเพราะสาเหตุเดิม พนักงานแก้ปัญหาด้วยวิธีเดิมที่เคยได้ผลครั้งหนึ่ง แล้วก็วนกลับมาที่จุดเดิม มีขั้นตอนที่ทำอยู่เพียงเพราะ “เคยทำแบบนี้มาตลอด” โดยไม่มีใครถามว่าทำไม พนักงานไม่ได้ไม่ตั้งใจทำงาน แต่พวกเขาไม่มีเครื่องมือที่จะช่วยให้มองเห็นปัญหาในแบบที่ต่างออกไป และไม่มีช่องทางที่รู้สึกปลอดภัยพอจะเสนอว่า “ผมคิดว่าวิธีนี้น่าจะดีกว่า” เมื่อผมสรุปสถานการณ์นี้เข้าที่ประชุมผู้บริหาร สิ่งที่ได้รับกลับมาคือ “น่าจะต้องอบรม Kaizen” ผมเห็นด้วย แต่เห็นด้วยในแบบที่ต้องใช้เวลาหลายเดือนกว่าจะออกแบบออกมาได้ ข้อผิดพลาดแรกเลย ร่างแรกของหลักสูตรที่ทำขึ้นมามีเนื้อหาครบเครื่องมาก เปิดด้วยประวัติศาสตร์ Kaizen ตั้งแต่ยุคโตโยต้า อธิบายปรัชญา Continuous Improvement เชื่อมกับ Lean Manufacturing พาไปถึง Six…
-
มีวันหนึ่งที่ผมนั่งอยู่ในห้องประชุมกับทีมผู้บริหาร หลังจากตัดสินใจว่าปีนี้เราจะจัด Town Hall เป็นครั้งแรกของโรงงาน ห้องนั้นเต็มไปด้วยความตื่นเต้น ทุกคนพยักหน้าเห็นด้วย บางคนพูดว่า “ดีเลย พนักงานจะได้รู้ว่าเราทำอะไรอยู่” บางคนบอกว่า “น่าจะสนุกดี”แต่ไม่มีใครพูดถึงว่า มันอาจพังได้ ผมไม่ได้เขียนบทความนี้เพื่อข่มขวัญ ผมเขียนเพราะอยากให้คนที่กำลังจะจัด Town Hall ครั้งแรกในโรงงาน ไม่ว่าจะเป็น HR ผู้จัดการโรงงาน หรือผู้บริหาร ได้เตรียมตัวจากประสบการณ์จริง ไม่ใช่จากหนังสือ MBA เพราะ Town Hall ในโรงงานไม่เหมือน Town Hall ในออฟฟิศ เลยแม้แต่นิดเดียว ทำไมต้องจัด Town Hall? ก่อนจะไปถึงเรื่องที่ต้องระวัง ขอตอบคำถามพื้นฐานก่อน เพราะถ้าเราไม่ชัดว่าจัดไปทำไม ทุกอย่างที่ทำหลังจากนั้นก็จะออกมาแบบ “ทำไปงั้น” Town Hall ที่ดีมีเป้าหมายอยู่สามอย่างหลัก อย่างแรกคือการสื่อสารตรง ผู้บริหารพูดกับพนักงานโดยไม่ผ่านตัวกลาง ไม่ต้องรอให้หัวหน้าสายงานแปลความอีกชั้น ซึ่งในโรงงานที่มีพนักงาน 200 คนขึ้นไป เรื่องราวมักบิดเบือนไปมากระหว่างทาง ข่าวที่ผู้บริหารส่งออกมาวันจันทร์ กว่าจะถึงพนักงาน Line 4…
-
ลองนึกภาพนี้ดูครับ… ช่างเครื่องคนหนึ่งในโรงงานทำงานมากว่า 15 ปี เขารู้จักเครื่องจักรทุกเครื่องเหมือนรู้จักลมหายใจตัวเอง รู้ว่าเครื่องไหนมักมีปัญหาตอนไหน รู้วิธีแก้ไขเฉพาะหน้าที่ไม่มีในคู่มือ รู้แม้กระทั่งว่าเสียงผิดปกติแบบไหนบอกว่าต้องเรียก Maintenance ด่วน แล้ววันหนึ่ง เขาลาออก ทันทีที่เขาจากไป ความรู้ 15 ปีก็หายตามไปด้วย ทีมที่เหลือต้องลองผิดลองถูกอยู่นานหลายเดือน เครื่องจักรหยุดบ่อยขึ้น ต้นทุนซ่อมบำรุงพุ่งสูง และที่เจ็บปวดที่สุดคือ ไม่มีใครรู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองกำลังสูญเสียอะไรไปบ้าง เรื่องนี้เกิดขึ้นจริงในหลายองค์กร และเป็นเหตุผลว่าทำไม Knowledge Management หรือ “การจัดการความรู้” จึงไม่ใช่แค่เรื่องของนักวิชาการ แต่เป็นเรื่องของความอยู่รอดของธุรกิจ ความรู้มีกี่แบบ? แบบไหนที่น่ากลัวที่สุด ก่อนจะพูดถึงวิธีจัดการ ต้องเข้าใจก่อนว่า “ความรู้” ในองค์กรมีหลายรูปแบบ นักวิชาการแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลัก ประเภทแรก คือ Explicit Knowledge หรือความรู้ที่ชัดแจ้ง คือสิ่งที่เราเขียนได้ บันทึกได้ สื่อสารกันง่าย ตัวอย่างเช่น SOP (ขั้นตอนการทำงาน), คู่มือเครื่องจักร, ข้อบังคับแรงงาน, ตาราง Specification สินค้า ความรู้แบบนี้ไม่ค่อยน่ากังวล…
-
ในวันที่โลกกำลังเผชิญกับภาวะฉุกเฉินด้านสิ่งแวดล้อม จากภาวะโลกร้อนที่ทวีความรุนแรง ไปจนถึงการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ สิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้นใหม่ในตลาดแรงงานโลกได้ดึงดูดความสนใจอย่างไม่เคยมีมาก่อน นั่นคือ “Environmental Stewardship” หรือ “ทักษะการดูแลสิ่งแวดล้อม” ซึ่งไม่ใช่เพียงแค่คำศัพท์ใหม่ในวงการทรัพยากรมนุษย์ แต่กลายเป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดอนาคตของการทำงานในศตวรรษที่ 21 จุดเริ่มต้นของปรากฏการณ์ใหม่ ปลายปี 2024 เมื่อองค์การเวิลด์ อีโคโนมิก ฟอรัม (World Economic Forum) เปิดเผยรายงาน Future of Jobs Report 2025 ที่สำรวจมุมมองของผู้นายงานกว่า 1,000 รายทั่วโลก ผลการวิจัยชิ้นนี้ได้เปิดเผยความจริงที่น่าตื่นตาตื่นใจ: Environmental Stewardship ได้ปรากฏตัวขึ้นมาในรายชื่อ “10 อันดับทักษะที่เติบโตเร็วที่สุด” เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ การที่ทักษะนี้ได้รับการยอมรับในระดับสากลมิใช่เหตุบังเอิญ แต่เป็นผลโดยตรงจากกระแสการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่เรียกว่า “การเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียว” (Green Transition) ซึ่งคาดการณ์ว่าจะสร้างงานใหม่ถึง 170 ล้านตำแหน่งภายในปี 2030 โดย 34 ล้านตำแหน่งจะเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียวโดยเฉพาะ เมื่อเกษตรกรกลายเป็นมหากาพย์แห่งอนาคต หนึ่งในเรื่องราวที่น่าสนใจที่สุดจากรายงานดังกล่าว คือการที่ “เกษตรกร” (Farmworkers) กลับมาอยู่ในอันดับหนึ่งของอาชีพที่เติบโตเร็วที่สุด…
-
ลองคิดดูสิครับ เมื่อ 10 ปีที่แล้ว ใครจะไปคิดว่าเราจะต้องมาแชทกับ AI เหมือน ChatGPT เพื่อช่วยทำงาน หรือต้องกังวลเรื่องความปลอดภัยไซเบอร์จนต้องมีแผนกเฉพาะในบริษัท? โลกการทำงานเปลี่ยนเร็วมาก และหากเราไม่เตรียมตัว อาจจะตามไม่ทันได้ วันนี้เราจะมาดูกันว่า 15 ทักษะสำคัญแห่งอนาคต ที่จะกำหนดความสำเร็จในโลกการทำงานปี 2025-2030 คืออะไรบ้าง โดยข้อมูลเหล่านี้มาจากการวิจัยของ World Economic Forum, LinkedIn และ McKinsey & Company หน่วยงานชั้นนำระดับโลก เหตุใดทักษะเหล่านี้จึงสำคัญ? ก่อนที่จะไปดูรายละเอียดทักษะแต่ละตัว เรามาทำความเข้าใจกันก่อนว่าทำไมทักษะพวกนี้ถึงได้มาแรง ซึ่งมีปัจจัยใหญ่ ๆ อยู่ 3 ตัวที่กำลังเปลี่ยนโลกของเรา: 1. ปัญญาประดิษฐ์ (AI) – ตอนนี้ AI ช่วยเขียนโค้ด เขียนอีเมล์ วิเคราะห์ข้อมูล และทำงานที่เป็นรูปแบบได้หมดแล้ว แต่ AI ยังไม่สามารถคิดเชิงกลยุทธ์ หรือสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ ๆ ได้ 2. การเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียว…
-
บทเรียนจากการมองข้ามอนาคต ปี 2012 บริษัท Kodak ผู้ผลิตฟิล์มและกล้องชื่อดังที่เคยครองใจคนทั่วโลกมากว่า 130 ปี ประกาศล้มละลาย ใครจะคิดว่าบริษัทที่เคยเป็นเจ้าตลาดฟิล์มถ่ายรูปจะจบลงด้วยวิธีนี้ สิ่งที่น่าสนใจคือ Kodak เป็นบริษัทแรกที่คิดค้นเทคโนโลยีกล้องดิจิทัลขึ้นมาในปี 1975 แต่กลับไม่กล้าลงทุนพัฒนาต่อ เพราะกลัวว่าจะกระทบกับธุรกิจฟิล์มที่กำลังทำเงินได้ดี ผลที่ได้คือ บริษัทอื่นเข้ามาครองตลาดกล้องดิจิทัลแทน และ Kodak ก็ค่อยๆ ตกขอบ เรื่องราวของ Kodak เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนว่า การไม่มีแผนกลยุทธ์ที่มองไกลและปรับตัวตามการเปลี่ยนแปลงของโลกสามารถทำลายธุรกิจได้ถึงขั้นล้มละลาย นี่คือเหตุผลว่าทำไมการวางแผนเชิงกลยุทธ์จึงสำคัญมาก การวางแผนเชิงกลยุทธ์คืออะไร? ทำไมต้องทำ? พูดง่ายๆ การวางแผนเชิงกลยุทธ์คือการหาคำตอบของคำถาม 3 ข้อพื้นฐาน: แต่อย่าเข้าใจผิดว่าการวางแผนเชิงกลยุทธ์เป็นแค่การเขียนเอกสารสวยๆ แล้วเก็บไว้ในตู้ มันต้องเป็นกระบวนการที่มีชีวิต ที่ทุกคนในองค์กรเข้าใจ เข้าร่วม และนำไปปฏิบัติจริง ทำไมองค์กรต้องมีแผนกลยุทธ์? ลองนึกภาพว่าคุณขับรถไปเที่ยวต่างจังหวัดโดยไม่มีแผนที่ ไม่รู้จุดหมาย ไม่รู้เส้นทาง คุณจะรู้สึกอย่างไร? น่าจะหลงทาง เสียเวลา เสียน้ำมัน และอาจไม่ถึงจุดหมายเลย องค์กรที่ไม่มีแผนกลยุทธ์ก็เป็นแบบนี้: ในทางกลับกัน องค์กรที่มีแผนกลยุทธ์ที่ดีจะได้: 4 ขั้นตอนของการวางแผนเชิงกลยุทธ์ ขั้นตอนที่ 1:…
-
เหตุการณ์ที่เปลี่ยนชีวิตการทำงานของเอิร์ธ เอิร์ธเป็นผู้จัดการฝ่ายการตลาดของบริษัทเทคโนโลยีแห่งหนึ่ง เขาเป็นคนที่มั่นใจในตัวเองมาก เชื่อว่าตัวเองเป็นผู้นำที่ดี ทำงานได้ผลลัพธ์ออกมา และคิดว่าทุกคนในทีมชอบการทำงานกับเขา แต่วันหนึ่ง เอิร์ธได้รับอีเมลจากฝ่าย HR เชิญให้เข้าร่วมกิจกรรม “การประเมินแบบ 360 องศา” ซึ่งเป็นสิ่งใหม่สำหรับบริษัท เอิร์ธไม่แน่ใจว่าจะเกิดอะไรขึ้น แต่ก็คิดว่าคงเป็นเรื่องดี เพราะได้โอกาสให้คนอื่นเห็นความสามารถของเขา มันคืออะไรกันแน่? การประเมินแบบ 360 องศา ง่าย ๆ คือการให้คนรอบข้างเราประเมินการทำงานของเรา ไม่ใช่แค่หัวหน้าคนเดียว แต่รวมถึง: ทำไมเรียกว่า “360 องศา”? เพราะมันครอบคลุมทุกทิศทาง เหมือนการมองเราแบบ 360 องศา ไม่มีมุมไหนซ่อนเร้น วันที่เอิร์ธได้รับผลประเมิน สองสัปดาห์ต่อมา เอิร์ธได้รับผลประเมินที่ทำให้เขาตกใจมาก ผลลัพธ์แสดงให้เห็นว่า: จากมุมมองของลูกน้อง: จากมุมมองของเพื่อนร่วมงาน: จากมุมมองของหัวหน้า: เอิร์ธนั่งอ่านผลประเมินนี้ด้วยความรู้สึกผสมผสาน เขาไม่เคยรู้เลยว่าคนอื่นมองเขาแบบนี้ เขาคิดว่าตัวเองเป็นผู้นำที่ดี แต่กลับกลายเป็นว่าลูกน้องและเพื่อนร่วมงานรู้สึกว่าเขาไม่ค่อยฟังความเห็นของคนอื่น และบางครั้งทำให้คนอื่นรู้สึกกดดัน การเปลี่ยนแปลงของเอิร์ธ หลังจากได้รับผลประเมิน เอิร์ธได้นั่งคุยกับโค้ชที่บริษัทจัดให้ พวกเขาได้วิเคราะห์ผลประเมินและร่วมกันทำแผนพัฒนา เอิร์ธตัดสินใจเปลี่ยนแปลงตัวเองดังนี้: 1. เรียนรู้การฟัง เอิร์ธเริ่มฝึกให้ตัวเองฟังความเห็นของคนอื่นมากขึ้น ในการประชุม…
-
จินตนาการว่าคุณเปิดร้านก๋วยเตี๋ยวเล็กๆ ริมถนน เป้าหมายก็ง่ายๆ คือ “อยากให้ร้านดัง” แต่คำว่า “ดัง” มันคลุมเครือเกินไป จะรู้ได้ยังไงว่าร้านดังแล้ว? ลูกค้าเยอะ? รายได้เพิ่ม? หรือคนรีวิวดี? นี่คือปัญหาเดียวกับที่บริษัทใหญ่ๆ ทั่วโลกเจอ แม้แต่ Google ก็เคยสับสนเรื่องนี้ จนกระทั่งพวกเขาได้เจอกับระบบ “OKRs” ที่เปลี่ยนทุกอย่าง ความผิดพลาดที่ทุกคนทำ ปี 1999 Google ยังเป็นสตาร์ทอัพเล็กๆ ที่มีพนักงานไม่ถึง 40 คน Larry Page และ Sergey Brin ก่อตั้งบริษัทด้วยวิสัยทัศน์ “จัดระเบียบข้อมูลของโลก” แต่พอบริษัทเติบโตเร็ว ทุกคนเริ่มวิ่งคนละทิศทาง ทีมโฆษณาคิดว่าสำคัญที่สุดคือเพิ่มรายได้ ทีมพัฒนาผลิตภัณฑ์มุ่งเน้นการสร้างฟีเจอร์ใหม่ ส่วนทีมการตลาดอยากเพิ่มจำนวนผู้ใช้ ทุกคนทำงานหนัก แต่ผลรวมออกมาไม่เข้าเรื่อง นี่เหมือนกับร้านก๋วยเตี๋ยวที่พ่อครัวพยายามทำเมนูใหม่ทุกวัน ลูกจ้างคิดแต่จะขายของหวาน ส่วนเจ้าของร้านอยากขยายสาขา แต่ลืมไปว่าลูกค้าเดิมยังไม่พอใจรสชาติ จุดเปลี่ยนจาก Intel John Doerr อดีตผู้บริหาร Intel และนักลงทุน Venture Capital…
-
บทสนทนาระหว่าง ทองม้วนและหมูกลาง หมูกลางครับ วันนี้ผมจะมาเล่าเรื่องที่ทำให้ผมปวดหัวมาตั้ง 3 เดือนกว่าแล้ว เรื่องการประเมินผลพนักงานในช่วงทดลองงาน 119 วัน คุณรู้มั้ยว่าทำไมถึงเป็น 119 วัน? เพราะกฎหมายแรงงานกำหนดว่าการทดลองงานทำได้สูงสุด 119 วัน หลังจากนั้นต้องตัดสินใจว่าจะรับเป็นพนักงานประจำหรือให้ออก (แต่ใน พรบ.คุ้มครองแรงงานไม่ได้มีกำหนดชัดเจนเนื่องทดลองงานว่าจะต้องเป็นกี่วัน แต่ถ้าให้ออกหลัง 119 จะต้องจ่ายค่าชดตามอายุงาน คือ อายุงาน 120 วัน ต้องจ่ายค่าชดเชย 30 วัน) เมื่อ 4 เดือนที่แล้ว บริษัทเราเพิ่งรับพนักงานใหม่เข้ามา 15 คน ตั้งแต่วิศวกร นักการตลาด ไปจนถึงพนักงานบัญชี ทุกคนมีคุณสมบัติดีบนกระดาษ แต่พอใช้งานจริงแล้ว… “ทองม้วน คุณเป็นหัวหน้า HR แล้วจะประเมินยังไงให้ได้คนดีๆ มาทำงานต่อ” ผู้จัดการใหญ่ถามผมแบบนี้ ตอนนั้นผมก็คิดว่าง่ายนิ หาเครื่องมือประเมินมาใช้สักอย่างก็คงได้ แต่พอไปลองดูจริงๆ แล้วเจอว่า… ปัญหาคือ แบบประเมินตัวเดียวใช้ประเมินกับทุกตำแหน่งไม่ได้ คนที่ 1: นายอ๋อม (วิศวกร)…