“พี่ครับ ผมแค่อยากขอ WFH เพิ่มอีกหนึ่งวันต่อสัปดาห์ครับ”

น้องโก้ — วิศวกรออกแบบที่อยู่กับที่นี่มาสี่ปี — ยืนอยู่หน้าโต๊ะผมด้วยสีหน้าที่แปลกประหลาด

ไม่ใช่โกรธ ไม่ใช่เศร้า แต่เป็นสีหน้าแบบที่คนรู้สึกว่าตัวเองกำลังจะทำอะไรที่ “ผิดกติกา” อยู่

“ทำไมถึงขอครับ?” ผมถาม

“เพราะผมเดินทางไปกลับสองชั่วโมงต่อวันครับ ถ้าได้ทำงานจากบ้านได้หนึ่งวัน มันจะช่วยได้มากเลย แต่ผมไม่รู้ว่าขอได้ไหม”

ผมนิ่งไปครู่หนึ่ง ไม่ใช่เพราะไม่รู้จะตอบอะไร แต่เพราะสังเกตว่า น้องโก้ทำงานมาสี่ปี และนี่คือครั้งแรกที่เขา “ขอ” อะไรจากองค์กร

.

พนักงานที่ดีมักไม่ขอ

หลังจากคุยกับน้องโก้จบ ผมลองย้อนนึกถึงคนที่ทำงานกับที่นี่มานานกว่าสามปี

ส่วนใหญ่ไม่เคยขอสิ่งที่นอกเหนือจากเงินเดือน พวกเขารับงาน ทำดี รอรีวิว รอขึ้นเงิน แล้วก็วนซ้ำ

แต่บางคนที่ลาออก ตอนทำ exit interview กลับบอกว่า “อยากได้งบอบรมเพิ่ม” บ้าง “อยากได้ flexible hours” บ้าง “อยากได้ตำแหน่งที่สื่อสารชัดขึ้น” บ้าง

ทุกอย่างที่พวกเขาพูดตอนออก คือสิ่งที่บริษัทให้ได้ หรืออย่างน้อยก็คุยได้ แต่ไม่มีใครพูดก่อนที่จะตัดสินใจจาก

ผมถามตัวเองว่า ทำไมพวกเขาถึงไม่ขอ?

คำตอบที่ได้คือ “ไม่รู้ว่าขอได้” และ “กลัวว่าจะดูไม่ดี”

.

เมื่อค้นพบว่าเงินเดือนไม่ใช่ทุกอย่างที่คุยได้

ไม่นานหลังจากนั้น ผมเจอ infographic ชุดหนึ่งที่พูดถึงสิ่งที่คนทำงานต่อรองได้นอกจากเงินเดือน มีทั้งหมด 15 ข้อ

ที่น่าสนใจไม่ใช่เนื้อหา เพราะหลายเรื่องผมก็รู้อยู่แล้ว แต่เป็น “มุมมอง” ที่แตกต่าง

infographic นั้นมองจากฝั่งพนักงาน ไม่ใช่ฝั่ง HR ไม่ได้บอกว่าบริษัทควรทำอะไร แต่บอกว่าพนักงาน “ควรขอ” อะไรได้บ้าง

มันทำให้ผมนึกถึงน้องโก้ และ exit interview ทั้งหมดที่ผ่านมา

สิ่งที่คนทำงานมองว่า “ของที่บริษัทให้หรือไม่ให้” แท้จริงแล้วหลายเรื่องเป็น “ของที่คุยกันได้” หากแค่มีคนเริ่มต้นบทสนทนา

.

ลองทดสอบกับน้องโก้

ผมนัดคุยกับน้องโก้อีกครั้ง คราวนี้ไม่ใช่แค่เรื่อง WFH แต่ถามเขาตรงๆ ว่าถ้ามีสิ่งหนึ่งที่เปลี่ยนได้ในการทำงานที่นี่ เขาอยากเปลี่ยนอะไร

เขาคิดอยู่นานมาก ก่อนจะตอบว่า “งบอบรมครับ ผมอยากเรียน Advanced CAD แต่ราคามันหนักเกินไปสำหรับจ่ายเองครับ”

ผมถามต่อว่าทำไมไม่เคยพูดถึงเรื่องนี้มาก่อน

“ไม่รู้ว่าทำได้ครับ คิดว่ามันเป็น privilege ของคนที่ผู้บริหารส่งไปอบรมเท่านั้น”

นั่นคือจุดที่ผมเริ่มคิดว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่นโยบาย แต่อยู่ที่ “ความไม่รู้ว่าตัวเองมีสิทธิ์คุย”

ผมนำเรื่องนี้ไปคุยกับหัวหน้าฝ่ายของน้องโก้ และเสนอให้จัดสรรงบพัฒนาตัวเองที่พนักงานสามารถ “ขอ” ได้โดยมีกระบวนการชัดเจน ไม่ใช่รอให้ผู้บริหารเป็นคนส่ง

ใช้เวลาหนึ่งเดือนในการออกแบบระบบ และอีกหนึ่งเดือนเพื่อสื่อสารให้พนักงานทราบ

.

สิ่งที่เปลี่ยนเมื่อพนักงานรู้ว่า “ขอได้”

ภายในไตรมาสแรก มีพนักงาน 11 คนยื่นขอใช้งบพัฒนาตัวเอง น้องโก้เป็นหนึ่งในนั้น

มีอีกสองคนขอปรับ working hours เป็น flexible และอีกหนึ่งคนขอเปลี่ยนตำแหน่งชื่อให้สะท้อน scope งานจริงมากขึ้น ซึ่งเรื่องนี้ไม่มีค่าใช้จ่ายอะไร แต่สร้าง morale ได้มากกว่าที่คิด

ที่น่าสังเกตคือ ไม่มีใครในกลุ่มนี้ลาออกภายในปีนั้น ทั้งที่ก่อนหน้านี้ turnover ในทีมนี้สูงกว่าค่าเฉลี่ยองค์กร

น้องโก้เรียน Advanced CAD เสร็จ ลดเวลาวาดแบบลง 30% และได้รับการเลื่อนตำแหน่งในรีวิวรอบถัดมา

.

บทเรียนที่อยากแชร์

หนึ่ง — พนักงานที่ดีมักไม่ขอ ไม่ใช่เพราะไม่ต้องการ แต่เพราะไม่รู้ว่าทำได้ หน้าที่ของ HR คือสร้าง “ช่องทางที่ปลอดภัยในการคุย” ไม่ใช่รอให้เขามาขอเอง

สอง — สิ่งที่คุยได้นอกจากเงินเดือนมีมากกว่าที่คิด งบอบรม ชั่วโมงทำงาน ชื่อตำแหน่ง วันลาเพิ่ม การทำงานจากบ้าน สิ่งเหล่านี้มีต้นทุนต่ำหรือไม่มีเลย แต่ผลต่อความรู้สึกผูกพันของพนักงานสูงกว่าขึ้นเงินเดือนเล็กน้อย

สาม — exit interview ที่ดีที่สุด คือ stay interview ที่ทำตั้งแต่ยังไม่มีใครคิดจะออก ถามว่าอยากได้อะไรเพิ่ม ก่อนที่ความต้องการนั้นจะกลายเป็นเหตุผลของการลาออก

สี่ — การ “ต่อรอง” ไม่ใช่แค่เรื่องของคนสมัครงาน พนักงานที่อยู่แล้วก็มีสิทธิ์คุยเรื่องเงื่อนไขการทำงานของตัวเอง และ HR ที่ดีต้องช่วยให้พวกเขารู้จักสิทธิ์นั้น ไม่ใช่รอให้คนอื่นบอก

.

#hrรีพอร์ต

Posted in

Leave a Reply

Discover more from HR รีพอร์ต

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading