HR รีพอร์ต
Everything in hr job.
Author: Panuwat Kaemchaiyaphum
-
คุณเคยรู้สึกไหมว่า เวลาอ่านหนังสือเสร็จแล้ว รู้สึกเข้าใจดี แต่พอจะเล่าให้คนอื่นฟัง กลับพูดไม่ออก? หรือเวลาเรียนจบแล้ว แต่รู้สึกว่าความรู้ลอยๆ ไม่แน่นไม่ชัด? บางทีอาจจะรู้สึกว่าเรียนมาเยอะ แต่ใช้ประโยชน์จากสิ่งที่เรียนไม่เป็น William Zinsser ผู้เขียนหนังสือ “Writing to Learn” เล่าว่า เขาเจอปัญหานี้ตอนยังเป็นนักข่าวหน้าใหม่ เขาสามารถสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญได้ ฟังการบรรยายได้ บันทึกข้อมูลได้เต็มโน้ตบุ๊ก แต่พอจะเขียนข่าวออกมา กลับพบว่าตัวเองยังไม่เข้าใจเรื่องนั้นจริงๆ “การเขียนทำให้ฉันรู้ว่า ฉันไม่รู้อะไรเลย” เขาเล่าด้วยความอิดโรย “ฉันคิดว่าฉันเข้าใจแล้ว แต่พอเอาปากกามาเขียน กลับพบว่าความรู้ในหัวมันไม่เชื่อมกัน มีรูโหว่เต็มไปหมด” นั่นเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ Zinsser ค้นพบความลับของการเรียนรู้ที่แท้จริง การเขียนไม่ใช่การถ่ายทอด แต่เป็นการค้นพบ เราส่วนใหญ่มักคิดว่า การเขียนคือการนำสิ่งที่เรารู้แล้วมาถ่ายทอดออกมา เหมือนการเทน้ำจากแก้วใบหนึ่งไปใส่อีกใบหนึ่ง แต่ Zinsser ค้นพบว่าไม่ใช่แบบนั้น การเขียนเป็นเหมือนการขุดเจาะ ยิ่งขุดลึก ยิ่งพบสิ่งใหม่ๆ ที่ไม่เคยรู้ว่ามีอยู่ในใจเรา บางครั้งขุดเจอทอง บางครั้งขุดเจอน้ำมัน บางครั้งก็เจอแค่ดิน แต่อย่างน้อยเรารู้ว่าใต้พื้นดินมีอะไรบ้าง ลองนึกภาพนักเรียนม.6 คนหนึ่งชื่อปอนด์ เขาเรียนเรื่องภาวะโลกร้อนมาตลอดชีวิต ดูข่าว อ่านหนังสือ ฟังครูสอน…
-
จากความผิดพลาดในห้องผ่าตัด สู่การปฏิวัติวิธีการทำงาน ลองนึกภาพว่าคุณกำลังนอนอยู่บนเตียงผ่าตัด รอให้หมอผ่าตัดหัวใจที่มีประสบการณ์ 20 ปีทำการรักษาคุณ แต่แล้วเขากลับลืมล้างมืออย่างถูกต้อง ทำให้คุณติดเชื้อและเสียชีวิตในที่สุด เหตุการณ์น่าสลดใจแบบนี้เกิดขึ้นจริงๆ ในโรงพยาบาลทั่วโลก ไม่ใช่เพราะหมอไม่รู้วิธีล้างมือ แต่เป็นเพราะในช่วงเวลาที่ตึงเครียดและต้องทำหลายอย่างพร้อมกัน มนุษย์เราก็อาจลืมได้ วันที่ทุกอย่างเปลี่ยนไป ดร.อาตุล กาวันเด ศัลยแพทย์ชาวอเมริกันเห็นปัญหานี้และตัดสินใจทำบางอย่าง ที่ดูเหมือนง่ายๆ แต่กลับเปลี่ยนแปลงทั้งวงการแพทย์ นั่นคือ เช็คลิสต์ เขาเริ่มจากสิ่งง่ายๆ สร้างรายการตรวจสอบก่อนผ่าตัดขึ้นมา 19 ข้อ ใช้เวลาอ่านไม่ถึง 2 นาที เช่น: ผลลัพธ์ที่น่าตื่นตา เมื่อนำเช็คลิสต์นี้ไปทดลองใช้ในโรงพยาบาล 8 แห่งทั่วโลก ผลที่ได้ทำให้ทุกคนตะลึง: อัตราการเสียชีวิตลดลง 47% อัตราการติดเชื้อลดลง 36% ต้องผ่าตัดซ้ำลดลง 25% แค่กระดาษ 1 แผ่น ช่วยชีวิตคนได้หลายพันชีวิต! ทำไมเช็คลิสต์ถึงมีพลังขนาดนี้? 1. ช่วยให้ไม่ลืมสิ่งพื้นฐาน เหมือนกับตอนคุณออกจากบ้าน คุณอาจลืมว่าปิดแก๊สหรือยัง ล็อคประตูหรือยัง ถึงแม้จะทำมาหลายปีแล้วก็ตาม เพราะบางครั้งสมองเราก็วุ่นวาย 2. ทำให้ทีมงานสื่อสารกันดีขึ้น ตอนที่ทุกคนในห้องผ่าตัดต้องอ่านเช็คลิสต์ร่วมกัน…
-
จากหนังสือ “Influence” ที่คนทั้งโลกต้องอ่าน คุณเคยสงสัยไหมว่า ทำไมเราถึงซื้อสิ่งที่ไม่จำเป็น? ทำไมเราถึงยอมทำตามคนอื่น? ทำไมเราถึงเปลี่ยนใจง่ายจัง? หรือทำไมบางครั้งเราถึงรู้สึกเสียใจหลังจากตัดสินใจไปแล้ว? คำตอบทั้งหมดอยู่ในหนังสือเล่มเดียว – “Influence: The Psychology of Persuasion” โดย Robert Cialdini นักจิตวิทยาชื่อดังจากมหาวิทยาลัยแอริโซน่า ที่ใช้เวลากว่า 30 ปีในการศึกษาและทำวิจัยเกี่ยวกับการโน้มน้าวใจ เขาได้ไปแฝงตัวในบริษัทขาย บริษัทโฆษณา และองค์กรต่างๆ เพื่อดูว่าพวกเขาใช้เทคนิคอะไรในการโน้มน้าวลูกค้า ผลการวิจัยที่ได้ทำให้เขาค้นพบ 6 หลักจิตวิทยาพื้นฐานที่มนุษย์ทุกคนมี และเป็นสาเหตุที่เราตัดสินใจ เปลี่ยนใจ หรือทำตามคนอื่น Cialdini เรียกสิ่งเหล่านี้ว่า “อาวุธแห่งการโน้มน้าวใจ” (Weapons of Influence) ซึ่งสามารถใช้เพื่อโน้มน้าวคนอื่น หรือป้องกันตนเองจากการถูกโน้มน้าวใจในทางที่ไม่ต้องการ วันนี้เราจะมาดูกันอย่างลึกซึ้งว่า 6 เทคนิคจิตวิทยาที่เขาค้นพบนั้น จะเปลี่ยนวิธีคิดและชีวิตของคุณอย่างไร พร้อมด้วยเรื่องเล่า ตัวอย่างจริง และวิธีการนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน 1. การตอบแทน: “ให้ก่อน ได้ก่อน” เรื่องเล่าที่เปลี่ยนวิธีคิด วันหนึ่งคุณเดินไปซื้อของที่ซูเปอร์มาร์เก็ต มีพนักงานสาวยิ้มแย้มแจ่มใสยืนอยู่หน้าเคาน์เตอร์ เธอเชิญคุณชิมไส้กรอกย่างร้อนๆ…
-
วันนั้นคุณอรรถพล ผู้จัดการฝ่ายการตลาดของบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำแห่งหนึ่ง กำลังนั่งมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ด้วยความงุนงง รายงานประจำเดือนบอกว่ายอดขายลดลง 15% แม้ว่าเขาจะลงทุนกับแคมเปญใหม่หลายล้านบาท “ทำไมทีมถึงไม่กระตือรือร้นเหมือนเก่าล่ะ?” เขาคิดในใจ “พวกเขาไม่บอกปัญหาอะไรเลย แต่ทำไมงานถึงไม่ออกมาดี” เขาไม่รู้ว่า คำตอบอยู่ในสมองของทีมงาน ซึ่งเต็มไปด้วยความกังวล ความไม่แน่ใจ และสิ่งที่พวกเขา “อยากพูดแต่พูดไม่ออก” เรื่องราวที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ปัญหาของคุณอรรถพลไม่ใช่เรื่องแปลก สถิติชี้ว่า 70% ของโครงการเปลี่ยนแปลงในองค์กรล้มเหลว แต่เมลินา ปาล์เมอร์ นักเศรษฐศาสตร์พฤติกรรมชื่อดัง ค้นพบว่าตัวเลขนี้อาจไม่ตรงกับความจริง “ปัญหาไม่ใช่ที่การเปลี่ยนแปลง แต่อยู่ที่วิธีที่เราเข้าใจสมองมนุษย์” เธอเขียนในหนังสือ “What Your Employees Need and Can’t Tell You” ผ่านการวิจัยเป็นเวลากว่า 10 ปี เธอค้นพบว่า คนเราไม่ได้เกลียดการเปลี่ยนแปลง หลักฐานคือเราเปลี่ยนโทรศัพท์ใหม่ ใช้แอปใหม่ หรือเรียนรู้เทคโนโลจีใหม่ได้ตลอดเวลา สิ่งที่เราเกลียดคือ “วิธีที่สมองตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลง” เมื่อมันถูกนำเสนอในทางที่ผิด วิทยาศาสตร์เบื้องหลังความล้มเหลว: กรณีศึกษาจากคุณสมชาย ย้อนกลับไป 6 เดือนก่อน คุณสมชาย ผู้จัดการแผนก IT…
-
เรื่องเล่าจากออฟฟิศ จินดามาทำงานใหม่ที่บริษัทแห่งหนึ่ง เขาสังเกตเห็นเรื่องแปลกๆ ที่ออฟฟิศแห่งนี้ ทุกครั้งที่เขาต้องการอนุมัติอะไรสักอย่าง ต้องผ่านหลายขั้นตอน หลายคน และใช้เวลาหลายวัน เพียงแค่จะซื้อปากกาให้พนักงาน ก็ต้องผ่านการอนุมัติ 3 ชั้น วันหนึ่งจินดาต้องการเครื่องพิมพ์ใหม่เพื่อใช้ในการทำงาน เขาต้องเขียนใบขออนุมัติ แนบเอกสารเปรียบเทียบราคา ส่งให้หัวหน้าทีม หัวหน้าทีมส่งต่อให้ผู้จัดการแผนก ผู้จัดการแผนกส่งต่อให้กรรมการผู้จัดการ ใช้เวลาทั้งหมด 3 สัปดาห์ ในระหว่างนั้นงานของจินดาล่าช้า เพราะต้องไปขออนุญาตใช้เครื่องพิมพ์ของแผนกอื่นทุกครั้งที่มีงานด่วน ทีมงานที่ทำงานร่วมกับจินดาก็เริ่มไม่พอใจ เพราะงานติดขัด ลูกค้าโทรมาถามความคืบหน้า และที่สำคัญคือทุกคนเครียดกับระบบการทำงานที่ซับซ้อน บรรยากาศในออฟฟิศจึงเต็มไปด้วยความไม่ไว้วางใจ ทุกคนต้องเก็บเอกสารหลักฐานทุกอย่าง เพื่อป้องกันตัวเองจากการถูกโยนความผิด ในขณะที่ที่บริษัทเก่าของเขา หัวหน้าไว้วางใจให้พนักงานจัดการเรื่องเล็กๆ น้อยๆ เอง ถ้าอุปกรณ์ไหนเสียหรือไม่เพียงพอ สามารถไปซื้อมาใช้ได้เลย แค่แจ้งหัวหน้าทราบ ทำให้งานเสร็จเร็ว ค่าใช้จ่ายในการบริหารงานก็น้อย และที่สำคัญคือทุกคนมีความสุขในการทำงาน นี่คือสิ่งที่ Stephen M.R. Covey ต้องการจะบอกเราในหนังสือ “The SPEED of Trust” – ความไว้วางใจเป็นปัจจัยที่จะเปลี่ยนแปลงทุกอย่างในชีวิตเรา ความไว้วางใจ vs ไม่ไว้วางใจ: ผลลัพธ์ที่ต่างกันมาก…
-
หลังจากที่ทองม้วนไปประชุมกลับมาก็มีเรื่องมาเล่าให้หมูกลางฟัง ทองม้วน “ช่วงเช้ามีหัวหน้าใหญ่คนหนึ่ง เขาเอางานที่ทำมาแสดงกับผู้บริหาร กราฟที่เขาเอามาอะ สวยมากเลยนะหมูกลาง สีรุ้งเจ็ดสี ใส่เงาใส่ไล่โทน ตัวอักษรก็เป็นฟอนต์แฟนซี มีเอฟเฟกต์ 3D อีก ดูเก๋ไก๋มาก” หมูกลางฟังด้วยความสนใจ “แล้วมันเป็นไง?” ทองม้วน “นี่แหละปัญหา!” “ผู้บริหารคนแรกดูแล้วถาม ‘เอ่อ อันนี้สีฟ้าคือข้อมูลอะไรนะ?’ หัวหน้าใหญ่ตอบ ‘สีฟ้าเขียวครับ หรือสีฟ้าน้ำเงิน?’ ลืมไปแล้วเองว่าใช้สี mix กันเยอะแยะ” หมูกลาง “โอ้โห มึนละสิ” ทองม้วน “นั่นยังไม่หมด ผู้บริหารคนที่สองชี้ไปที่กราฟแล้วถาม ‘อันนี้คือยอดขายหรือกำไรหรอครับ?’ หัวหน้าใหญ่ก็เริ่มอ่างอ่าง เพราะเขาใช้กราหวิบหวับ หลายแบบ หลายชั้น รวมอยู่ในภาพเดียว” “ผู้บริหารคนที่สามถามเรื่องตัวเลข แต่ตัวอักษรในกราฟเล็กจนเกือบมองไม่เห็น เขาต้องลุกขึ้นไปดูใกล้ๆ แล้วก็ยังไม่เห็นชัด เพราะใช้สีอ่อนๆ กับพื้นหลังขาว” หมูกลาง “อ้าว แย่แล้วนี่” ทองม้วน “แย่สุดๆ เลย การประชุมที่ควรจะใช้เวลา 30 นาที กินเวลาไปเกือบ 2…
-
บทสนทนาระหว่าง ทองม้วนและหมูกลาง หมูกลางครับ วันนี้ผมจะมาเล่าเรื่องที่ทำให้ผมปวดหัวมาตั้ง 3 เดือนกว่าแล้ว เรื่องการประเมินผลพนักงานในช่วงทดลองงาน 119 วัน คุณรู้มั้ยว่าทำไมถึงเป็น 119 วัน? เพราะกฎหมายแรงงานกำหนดว่าการทดลองงานทำได้สูงสุด 119 วัน หลังจากนั้นต้องตัดสินใจว่าจะรับเป็นพนักงานประจำหรือให้ออก (แต่ใน พรบ.คุ้มครองแรงงานไม่ได้มีกำหนดชัดเจนเนื่องทดลองงานว่าจะต้องเป็นกี่วัน แต่ถ้าให้ออกหลัง 119 จะต้องจ่ายค่าชดตามอายุงาน คือ อายุงาน 120 วัน ต้องจ่ายค่าชดเชย 30 วัน) เมื่อ 4 เดือนที่แล้ว บริษัทเราเพิ่งรับพนักงานใหม่เข้ามา 15 คน ตั้งแต่วิศวกร นักการตลาด ไปจนถึงพนักงานบัญชี ทุกคนมีคุณสมบัติดีบนกระดาษ แต่พอใช้งานจริงแล้ว… “ทองม้วน คุณเป็นหัวหน้า HR แล้วจะประเมินยังไงให้ได้คนดีๆ มาทำงานต่อ” ผู้จัดการใหญ่ถามผมแบบนี้ ตอนนั้นผมก็คิดว่าง่ายนิ หาเครื่องมือประเมินมาใช้สักอย่างก็คงได้ แต่พอไปลองดูจริงๆ แล้วเจอว่า… ปัญหาคือ แบบประเมินตัวเดียวใช้ประเมินกับทุกตำแหน่งไม่ได้ คนที่ 1: นายอ๋อม (วิศวกร)…
-
เรื่องราวสมมติที่อาจจะเกิดขึ้นจริงๆ ไปแล้ว ผมจำได้ชัดเจนมาก วันนั้นเป็นวันศุกร์ เวลา 23:30 น. ผมนั่งจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์ในออฟฟิศที่มืดเกือบหมด มีแค่เสียงแอร์ กับแสงไฟจากโต๊ะผมโต๊ะเดียว ตอนนั้นผมทำงานมาแล้ว 14 ชั่วโมงติด และนี่เป็นวันที่ 6 ในสัปดาห์ที่ผมทำแบบนี้ “ทำไมชีวิตถึงได้มาเป็นแบบนี้นะ?” ผมถามตัวเอง นั่นคือจุดเริ่มต้นที่ผมเรียนรู้ว่า Workload สำคัญแค่ไหน และทำไมทุกคนในออฟฟิศต้องเข้าใจเรื่องนี้ เรื่องราวเริ่มต้น: เมื่อผมเป็น “คนเก่งของทีม” ย้อนกลับไปเมื่อ 3 ปีก่อน ผมเพิ่งเลื่อนตำแหน่งเป็น Team Lead ของฝ่าย Digital Marketing ด้วยความที่เป็นคนใหม่ ผมเลยอยากพิสูจน์ตัวเองว่าควรได้รับตำแหน่งนี้ เวลาใครมาของาน ผมรับหมด “พี่ช่วยดู campaign นี้หน่อยได้ไหม?” “ได้สิ” “พี่ว่ายังไงกับ brief ใหม่นี้?” “เดี๋ยวผมดูให้” “พี่มีเวลาช่วยแก้ content ไหม?” “มี มี ส่งมาเลย” ผลลัพธ์คือใน 1 สัปดาห์…
-
เทคนิคการให้ฟีดแบ็กอย่างสร้างสรรค์ เพื่อการเติบโตของทีม การ Feedback แบบ One on One เป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญที่ช่วยพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างหัวหน้าและลูกน้อง รวมถึงผลักดันการเติบโตส่วนบุคคลและการทำงานเป็นทีม แต่การจะทำให้ One on One มีประสิทธิภาพ ต้องอาศัยทั้งเทคนิค วิธีการ และความตั้งใจที่ดี ความสำคัญของการ Feedback One on One เทคนิคการ Feedback One on One อย่างมีประสิทธิภาพ ข้อควรระวัง สรุป การ Feedback One on One ไม่ใช่แค่การประเมินผลงาน แต่เป็นเครื่องมือสร้างการเติบโตที่สำคัญ การให้ฟีดแบ็กอย่างมีศิลปะ ด้วยความจริงใจ และเน้นการพัฒนา จะช่วยให้ทั้งพนักงานและองค์กรก้าวไปข้างหน้าอย่างยั่งยืน #hrรีพอร์ต
-
ความหมายของ “การนำโดยการเป็นตัวอย่างที่ดี” คือ การแสดงให้เห็นผ่านการกระทำ แทนที่จะพูดเพียงอย่างเดียว ผู้นำที่ดีควร พูดอย่างไร ทำอย่างนั้น สอดคล้องกับค่านิยมที่ยึดถือ ทำไมการเป็นตัวอย่างที่ดีถึงสำคัญ? 1. เพิ่มขวัญกำลังใจให้พนักงาน 2. สร้างความไว้วางใจและความเคารพ 3. ส่งเสริมวัฒนธรรมองค์กรที่ดี เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน ถ้าไม่เป็นแบบอย่างจะเกิดอะไรขึ้น? 1. ขาดจริยธรรมในการทำงาน 2. กำลังใจลดลง 3. พนักงานลาออกบ่อย 4. ระบบการทำงานไม่มีประสิทธิภาพ 5. เกิดอุบัติเหตุในที่ทำงานมากขึ้น 6. พนักงานไม่เคารพผู้นำ 7 วิธีในการนำโดยเป็นตัวอย่าง 1. พัฒนาทักษะการเป็นผู้นำ 2. รับมือกับความขัดแย้งอย่างสร้างสรรค์ 3. สื่อสารอย่างสุภาพและจริงใจ 4. ล้มแล้วลุกให้เป็น – แสดงการฟื้นตัวจากความล้มเหลว 5. ยึดหลักจริยธรรมในการทำงาน 6. สนับสนุนความหลากหลายและความเท่าเทียม 7. ดูแลสุขภาพตนเองให้ดี ตัวอย่างการนำแบบเป็นตัวอย่าง A: เปิดโอกาสให้ทีมเสนอไอเดียและให้ความช่วยเหลือ B: มาทำงานก่อนเวลา พูดคุยกับทีม ช่วยเหลืองาน…