มีเรื่องเล่าของนักเขียนคนหนึ่ง เขาเพิ่งเริ่มเขียนหนังสือได้ไม่นาน แต่กลับไปอวดเพื่อนๆ ว่าเขากำลังเขียนหนังสือที่จะดังมากแน่นอน เขาใช้เวลาไปกับการคุยเรื่องความฝันมากกว่าการนั่งเขียนจริงๆ ผลสุดท้าย หนังสือไม่เสร็จสักที เพราะเขาติดกับดักของ “อีโก้” อย่างไม่รู้ตัว
นี่คือเรื่องเล่าที่ Ryan Holiday นำมาเป็นตัวอย่างในหนังสือ “Ego Is the Enemy” เพื่อบอกเราว่า ความหยิ่งยโสและการคิดว่าตัวเองเก่งที่สุด มันคือศัตรูตัวร้ายที่คอยทำลายเราในทุกช่วงชีวิต
อีโก้คืออะไร และทำไมมันถึงอันตราย
อีโก้ไม่ใช่แค่การอวด หรือการโอ่อ่า แต่มันคือความรู้สึกที่ทำให้เราคิดว่า “เราเก่งกว่าคนอื่น” “เราสมควรได้รับสิ่งต่างๆ โดยไม่ต้องทำอะไรมาก” หรือ “เราไม่ต้องเรียนรู้อะไรเพิ่มเติมแล้ว”
ลองนึกดูคนที่เพิ่งเรียนจบใหม่ๆ แล้วไปทำงาน เขาอาจคิดว่าความรู้ที่ได้จากมหาวิทยาลัยเพียงพอแล้ว ไม่ต้องฟังคำแนะนำจากเพื่อนร่วมงานที่อาวุโสกว่า เพราะ “เขาเรียนมาใหม่ๆ ความรู้ล้ำสมัยกว่า” นี่คือตัวอย่างของอีโก้ที่ทำลายโอกาสเรียนรู้
Holiday เล่าให้ฟังว่า ช่วงแรกของการเป็นนักเขียน เขาก็เคยติดกับดักนี้เหมือนกัน เขาคิดว่าตัวเองมีความสามารถพิเศษ ไม่ต้องเรียนรู้จากใคร แต่เมื่อได้เจอกับ Robert Greene ผู้เขียนหนังสือ “48 Laws of Power” ที่เป็นพี่เลี้ยง เขาถึงได้เรียนรู้ว่า การยอมรับว่าตัวเองยังไม่รู้อะไรเลย นั่นแหละคือจุดเริ่มต้นของการเติบโต
เมื่อเรากำลังใฝ่ฝัน
เวลาที่เรามีความฝัน อีโก้จะเข้ามาหลอกให้เราคิดว่า การมีความฝันอย่างเดียวก็เพียงพอแล้ว เราจะชอบเล่าความฝันให้คนอื่นฟัง มากกว่าการลงมือทำจริงๆ
มีการศึกษาที่น่าสนใจ คือ เมื่อเราบอกคนอื่นเกี่ยวกับเป้าหมายของเรา สมองจะคิดว่าเราทำสำเร็จแล้ว และลดแรงจูงใจในการทำจริง นี่คือเหตุผลที่ Holiday บอกว่า “เงียบๆ ทำไป”
เขายกตัวอย่างของ Bill Belichick โค้ชทีม New England Patriots ที่มีชื่อเสียงเรื่องการไม่ค่อยให้สัมภาษณ์หรือโอ่อ่า เขามุ่งเน้นที่การเตรียมทีมและการทำงานเท่านั้น ผลลัพธ์คือ ทีมของเขาชนะ Super Bowl หลายครั้ง
สิ่งที่เราควรทำในช่วงนี้:
หยุดพูด เริ่มทำ – แทนที่จะไปเล่าแผนการให้คนอื่นฟัง ให้เอาเวลานั้นไปทำจริงๆ ดีกว่า ถ้าเราฝันอยากเป็นนักเขียน ก็นั่งเขียนทุกวัน ไม่ใช่ไปเล่าให้คนฟังว่าเรากำลังเขียนหนังสือ
หาคนที่เก่งกว่าเราไปเรียนรู้ – อีโก้จะทำให้เราไม่อยากยอมรับว่าใครเก่งกว่าเรา แต่ความจริงคือ เรายังมีอีกเยอะที่ต้องเรียนรู้ ลองหาพี่เลี้ยงหรือคนที่เก่งในสิ่งที่เราอยากทำ แล้วไปเรียนรู้จากเขา
มุ่งเน้นที่กระบวนการ ไม่ใช่ผลลัพธ์ – แทนที่จะคิดแต่ว่าจะดังหรือรวยแค่ไหน ให้มาเน้นที่การทำงานวันต่อวัน ถ้าอยากเป็นนักออกแบบ ให้ฝึกฝนทุกวัน ไม่ใช่คิดแต่เรื่องจะมีลูกค้าเยอะแค่ไหน
เมื่อเราประสบความสำเร็จ
นี่คือช่วงที่อันตรายที่สุด เพราะเมื่อเราเริ่มประสบความสำเร็จ อีโก้จะกระซิบว่า “เห็นมั้ย เราเก่งจริงๆ” “ตอนนี้เราไม่ต้องทำอะไรมากแล้ว” หรือ “เราเก่งกว่าคนอื่นแล้ว ไม่ต้องเรียนรู้อะไรเพิ่ม”
Holiday เล่าเรื่องของ Howard Hughes นักธุรกิจและนักบินที่มีชื่อเสียงในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 ช่วงแรกเขาประสบความสำเร็จมาก ทั้งในธุรกิจภาพยนตร์และการบิน แต่ความสำเร็จทำให้เขาหยิ่งยโส คิดว่าตัวเองเก่งที่สุด ไม่ฟังใครเลย ผลสุดท้าย เขาเป็นโรคจิตและตายอย่างเหงาๆ
หรือลองดูตัวอย่างใกล้ตัว คนที่ทำธุรกิจออนไลน์แล้วประสบความสำเร็จในช่วงแรก อาจจะคิดว่าตัวเองเป็นนักธุรกิจตัวจริงแล้ว เลิกศึกษาเทรนด์ใหม่ๆ เลิกฟังลูกค้า ผลลัพธ์คือ เมื่อตลาดเปลี่ยน เขาก็ล้มเหลวลง
สิ่งที่เราควรทำเมื่อประสบความสำเร็จ:
ยังคงเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง – ความสำเร็จไม่ได้หมายความว่าเราไม่มีอะไรต้องเรียนแล้ว โลกเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ถ้าเราหยุดเรียนรู้ เราจะตกยุคทันที
รู้จักควบคุมตัวเอง – เมื่อมีเงิน มีชื่อเสียง เราต้องระวังอย่าให้สิ่งเหล่านี้ควบคุมเรา แทนที่เราจะควบคุมมัน การใช้จ่ายอย่างฟุ่มเฟือยหรือการแสดงออกอย่างเย่อหยิ่ง อาจทำลายสิ่งที่เราสร้างมาได้
จำไว้ว่าโชคก็เป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จ – ไม่ใช่ทุกอย่างเกิดจากความสามารถของเราเพียงอย่างเดียว บางครั้งเราก็โชคดี บางครั้งสถานการณ์เอื้อ การรู้จักขอบคุณและถ่อมใจจะช่วยให้เราไม่หลงตัวเอง
เมื่อเราล้มเหลว
ความล้มเหลวเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ในชีวิต แต่อีโก้จะทำให้เราไม่สามารถรับมือกับมันได้ดี เราจะโทษคนอื่น โทษสถานการณ์ โกรธโมโห แต่ไม่เคยมองตัวเอง
Holiday เล่าเรื่องของตัวเขาเอง เมื่อหนังสือเล่มแรกไม่ประสบความสำเร็จอย่างที่คาดหวัง เขาโกรธ โทษสำนักพิมพ์ โทษตลาด โทษทุกคนยกเว้นตัวเอง แต่เมื่อเขาหยุดโทษใครแล้วมาดูตัวเอง เขาถึงได้เรียนรู้ว่าสิ่งที่ทำผิดคืออะไร และหนังสือเล่มต่อไปก็ประสบความสำเร็จ
มีเรื่องเล่าของ Steve Jobs ด้วย เมื่อเขาถูกไล่ออกจาก Apple ในปี 1985 เขาอาจจะโกรธและเสียใจมาก แต่เขาไม่ได้หยุดแค่นั้น เขาไปตั้ง NeXT และซื้อ Pixar ทั้งสองบริษัทประสบความสำเร็จ และในที่สุดเขาก็กลับมาที่ Apple และทำให้บริษัทเติบโตเป็นบริษัทที่มีมูลค่ามากที่สุดในโลก
สิ่งที่เราควรทำเมื่อล้มเหลว:
ยอมรับความผิดพลาด – หยุดหาคนโทษ เริ่มดูว่าเราทำอะไรผิด การยอมรับความผิดพลาดเป็นก้าวแรกของการแก้ไข
เรียนรู้จากความผิดพลาด – ทุกความล้มเหลวมีบทเรียน ถ้าธุรกิจล้มเหลว อาจเป็นเพราะเราไม่เข้าใจลูกค้า หรือเลือกตลาดผิด การเรียนรู้นี้จะทำให้เราไม่ทำผิดซ้ำ
เริ่มต้นใหม่ด้วยความถ่อมใจ – ความล้มเหลวทำให้เราได้กลับมาเป็นมือใหม่อีกครั้ง และนั่นไม่ใช่เรื่องแย่ เพราะมันทำให้เราได้เรียนรู้อย่างที่เราไม่เคยทำตอนประสบความสำเร็จ
เทคนิคในการควบคุมอีโก้
Holiday แนะนำเทคนิคหลายอย่างที่จะช่วยให้เราควบคุมอีโก้ได้:
การทำสมาธิ – การนั่งสมาธิทำให้เราได้รู้จักตัวเอง เห็นความคิดที่เกิดขึ้น รวมถึงความคิดที่มาจากอีโก้ด้วย เมื่อเราเห็นมัน เราก็จะควบคุมมันได้
การเขียนไดอารี่ – การเขียนบันทึกทำให้เราได้สะท้อนตัวเอง ดูว่าวันนี้เราทำอะไรดี ทำอะไรไม่ดี อีโก้เข้ามาแทรกแซงตัวเราบ้างไหม
การหาพี่เลี้ยงหรือที่ปรึกษา – คนที่อยู่ภายนอกจะเห็นจุดบอดของเราได้ดีกว่าตัวเราเอง การมีคนคอยเตือนเวลาที่เราเริ่มหลงตัวเองจึงสำคัญมาก
การอ่านประวัติศาสตร์ – การอ่านเรื่องราวของคนที่ประสบความสำเร็จและล้มเหลวในอดีต จะทำให้เราเห็นรูปแบบที่เกิดขึ้นซ้ำๆ และเรียนรู้จากความผิดพลาดของเขา
บทเรียนจากชีวิตจริง
ลองมาดูตัวอย่างของคนที่ควบคุมอีโก้ได้ดี:
Warren Buffett นักลงทุนที่รวยที่สุดในโลก แต่ยังคงอาศัยอยู่ในบ้านหลังเดียวกันมาหลายสิบปี ยังคงขับรถเก่า และยังคงเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง เขาอ่านหนังสือและรายงานบริษัทวันละหลายชั่วโมง แม้ในวัย 90 กว่าปีแล้ว
Kobe Bryant นักบาสเกตบอลที่มีชื่อเสียง แม้จะเป็นซุปเปอร์สตาร์แล้ว แต่ยังคงฝึกซ้อมหนักกว่าใคร ตื่นตี 4 มาฝึกซ้อม เพราะเขารู้ว่าความสำเร็จในวันนี้ไม่ได้รับประกันความสำเร็จในวันพรุ่งนี้
ในขณะที่มีคนอีกมากมายที่ประสบความล้มเหลวเพราะอีโก้ เช่น บริษัทใหญ่ๆ ที่ปฏิเสธการเปลี่ยนแปลง เพราะคิดว่าวิธีเก่าของตัวเองเป็นวิธีที่ดีที่สุด หรือผู้นำที่ไม่ฟังความเห็นของคนในทีม เพราะคิดว่าตัวเองรู้ทุกอย่าง
ทำไมหนังสือเล่มนี้ถึงสำคัญ
ในยุคสมัยนี้ที่โซเชียลมีเดียทำให้เราติดกับดักของการเปรียบเทียบและการแสดงออก หนังสือ “Ego Is the Enemy” ให้บทเรียนที่สำคัญมาก
เราอาศัยอยู่ในโลกที่ทุกคนแสดงแต่ด้านดีของตัวเองบน Instagram หรือ Facebook ทำให้เราคิดว่าคนอื่นประสบความสำเร็จง่ายๆ และเราควรประสบความสำเร็จเหมือนกันโดยไม่ต้องทำอะไรมาก
แต่ความจริงคือ ความสำเร็จต้องใช้เวลา ความอดทน และความถ่อมใจ สิ่งที่เราเห็นบนโซเชียลมีเดียเป็นเพียงส่วนเล็กๆ ของภาพรวม
Holiday สอนให้เรากลับมามุ่งเน้นที่กระบวนการ มุ่งเน้นที่การเรียนรู้ และมุ่งเน้นที่การพัฒนาตัวเอง แทนที่จะไปแข่งขันกับคนอื่นหรือแสดงออกให้คนอื่นดู
อีโก้คือศัตรู แต่เราสามารถเอาชนะมันได้
หนังสือ “Ego Is the Enemy” ไม่ได้สอนให้เราไม่มีความมั่นใจในตัวเอง แต่สอนให้เราแยกแยะระหว่าง “ความมั่นใจ” กับ “ความยโส”
ความมั่นใจทำให้เรากล้าลองสิ่งใหม่ กล้าเผชิญกับความท้าทาย แต่ความยโสทำให้เราคิดว่าไม่ต้องพยายาม ไม่ต้องเรียนรู้ และไม่ต้องฟังใคร
การเอาชนะอีโก้ไม่ใช่เรื่องที่ทำครั้งเดียวแล้วจบ แต่เป็นการต่อสู้ที่ต้องทำทุกวัน ในทุกสถานการณ์ ไม่ว่าเราจะกำลังใฝ่ฝัน กำลังประสบความสำเร็จ หรือกำลังล้มเหลว
สิ่งสำคัญที่สุดคือ เราต้องจำไว้เสมอว่า ยังมีอีกเยอะที่เราไม่รู้ ยังมีอีกเยอะที่เราต้องเรียนรู้ และยังมีอีกเยอะที่เราต้องปรับปรung การคิดแบบนี้จะทำให้เรายังคงเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง
ดังที่ Holiday เขียนไว้ในหนังสือ: “อีโก้คือศัตรู แต่มันไม่ใช่ศัตรูที่เราไม่สามารถเอาชนะได้ เราแค่ต้องรู้จักมันให้ดี และเตรียมพร้อมที่จะต่อสู้กับมันทุกวัน”
นี่คือบทเรียนที่ไม่ได้มีเฉพาะในหนังสือเท่านั้น แต่เป็นบทเรียนที่เราสามารถนำไปใช้ในชีวิตจริงได้ทุกวัน ไม่ว่าเราจะเป็นนักเรียน พนักงาน นักธุรกิจ หรือคนที่กำลังตามหาความฝันของตัวเอง
#hrรีพอร์ต
Leave a comment