การเปลี่ยนแปลงชีวิตด้วยคำพูดง่ายๆ ที่เราพูดกับตัวเอง
มีเรื่องจริงที่น่าสนใจมากเกิดขึ้นในชีวิตของคนหนึ่ง เธอชื่อแอน เป็นพนักงานออฟฟิศธรรมดาๆ ที่เคยคิดว่าตัวเองไม่มีความสามารถอะไรเลย ทุกเช้าเมื่อตื่นขึ้นมา เธอมักพูดกับตัวเองว่า “อีกวันที่น่าเบื่อแล้ว” “ฉันคงทำอะไรไม่ได้อีกแล้ว” หรือ “วันนี้คงจะมีปัญหาอีกแน่ๆ”
แต่แล้ววันหนึ่ง แอนได้อ่านหนังสือเล่มหนึ่งที่เปลี่ยนแปลงชีวิตเธอไปตลกกาล นั่นคือ “365 Days of Positive Self-Talk” โดย Shad Helmstetter หนังสือที่สอนให้เราเปลี่ยนวิธีพูดกับตัวเองจากแง่ลบมาเป็นแง่บวก
การค้นพบที่น่าตกใจ
Shad Helmstetter เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาที่ค้นพบสิ่งที่น่าตกใจ เขาพบว่าคนเราโดยเฉลี่ยจะพูดกับตัวเองประมาณ 50,000 ครั้งต่อวัน และที่น่ากลัวคือ 80% ของสิ่งที่เราพูดกับตัวเองเป็นเรื่องลบ
ลองนึกภาพดูสิ ถ้าเรามีเพื่อนคนหนึ่งที่คอยมาพูดกับเราแบบลบๆ ทุกวัน เช่น “นายทำไม่ได้หรอก” “นายโง่มาก” “นายไม่มีความสามารถ” เราคงไม่อยากเป็นเพื่อนกับคนแบบนั้น แต่เราก็กำลังทำสิ่งเดียวกันนี้กับตัวเองอยู่ทุกวัน
วิทยาศาสตร์เบื้องหลังการพูดกับตัวเอง
ผู้เขียนอธิบายด้วยภาษาง่ายๆ ว่า สมองของเราทำงานเหมือนเครื่องคอมพิวเตอร์ที่รับคำสั่งจากสิ่งที่เราพูดกับตัวเอง ถ้าเราป้อนข้อมูลเป็น “ฉันทำไม่ได้” สมองจะหาหลักฐานมาสนับสนุนความคิดนั้น แต่ถ้าเราพูดว่า “ฉันสามารถเรียนรู้และพัฒนาได้” สมองก็จะหาทางช่วยให้เราทำสิ่งนั้นได้จริง
นักวิจัยพบว่า เมื่อเราพูดประโยคเดิมซ้ำๆ เซลล์สมองจะสร้างเส้นทางใหม่ขึ้นมา เหมือนกับการเดินทางซ้ำๆ จนกลายเป็นถนนเส้นใหม่ เมื่อเวลาผ่านไป ความคิดเหล่านี้จะกลายเป็นความเชื่อ และความเชื่อจะกลายเป็นการกระทำ
เรื่องราวของแอนในชีวิตจริง
กลับมาที่เรื่องของแอน หลังจากอ่านหนังสือเล่มนี้ เธอตัดสินใจทดลองทำตาม เธอเริ่มวันแรกด้วยประโยคง่ายๆ ว่า “วันนี้เป็นวันที่ดีสำหรับฉัน ฉันพร้อมที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ”
ตอนแรกเธอรู้สึกแปลกๆ เพราะไม่เคยพูดกับตัวเองแบบนี้มาก่อน แต่เธอยังคงทำต่อไปตามคำแนะนำในหนังสือ หนังสือให้ประโยคต่างๆ สำหรับแต่ละวัน เช่น:
วันที่ 1: “ฉันเลือกที่จะเริ่มต้นวันใหม่ด้วยทัศนคติที่ดี” วันที่ 15: “ฉันมีความสามารถในการแก้ปัญหา” วันที่ 30: “ฉันคู่ควรกับสิ่งดีๆ ในชีวิต” วันที่ 60: “ฉันเติบโตและพัฒนาตัวเองทุกวัน”
ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น
หลังจากทำมาประมาณสองสัปดาห์ แอนเริ่มสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงเล็กๆ น้อยๆ เช้าวันหนึ่งเมื่อมีงานยากส่งมาให้ทำ แทนที่จะคิดว่า “อีกแล้ว ฉันคงทำไม่ได้” เธอกลับคิดว่า “นี่เป็นโอกาสดีที่ฉันจะได้เรียนรู้สิ่งใหม่”
หนึ่งเดือนต่อมา เพื่อนร่วมงานเริ่มสังเกตว่า แอนเป็นคนใหม่ไปแล้ว เธอมีความมั่นใจมากขึ้น กล้าแสดงความคิดเห็นในที่ประชุม และเริ่มรับงานที่ท้าทายมากขึ้น
สามเดือนต่อมา แอนได้เลื่อนตำแหน่งเป็นหัวหน้าทีม สิ่งที่เธอไม่เคยคิดว่าจะเกิดขึ้นได้
หลักการทำงานของการพูดกับตัวเองเชิงบวก
หนังสือเล่มนี้อธิบายว่า การพูดกับตัวเองเชิงบวกทำงานผ่าน 4 ขั้นตอน:
ขั้นตอนที่ 1: การรับรู้ – เราเริ่มตระหนักถึงสิ่งที่เราพูดกับตัวเอง ขั้นตอนที่ 2: การเปลี่ยนแปลง – เราเริ่มใช้คำพูดเชิงบวกแทนที่คำพูดเชิงลบ ขั้นตอนที่ 3: การเสริมแรง – เราทำซ้ำๆ จนกลายเป็นนิสัย ขั้นตอนที่ 4: การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม – ความคิดใหม่นำไปสู่การกระทำใหม่
ตัวอย่างประโยคที่ใช้ในชีวิตประจำวัน
หนังสือให้ประโยคมากมายที่สามารถนำไปใช้ได้จริง เช่น:
เมื่อเจอปัญหาในการทำงาน:
- “ฉันมีทักษะในการแก้ปัญหา”
- “ปัญหาทุกข้อมีทางออก และฉันจะหาทางออกได้”
- “ฉันเรียนรู้จากทุกความท้าทาย”
เมื่อรู้สึกกังวลหรือเครียด:
- “ฉันสงบและมั่นคง”
- “ฉันเลือกที่จะมองโลกในแง่ดี”
- “ทุกสิ่งจะผ่านไปได้ด้วยดี”
เมื่อต้องการเพิ่มความมั่นใจ:
- “ฉันเชื่อในตัวเอง”
- “ฉันมีความสามารถพิเศษในตัว”
- “ฉันคู่ควรกับความสำเร็จ”
เคล็ดลับในการปฏิบัติ
ผู้เขียนให้คำแนะนำง่ายๆ ที่ใครก็ทำได้:
1. เริ่มต้นง่ายๆ – ไม่ต้องพยายามเปลี่ยนทุกอย่างในวันเดียว เริ่มจากประโยคง่ายๆ 2-3 ประโยค
2. ทำเป็นประจำ – เหมือนการแปรงฟัน ทำทุกวันจนเป็นนิสัย
3. พูดออกเสียง – การได้ยินเสียงตัวเองจะทำให้สมองรับรู้มากขึ้น
4. เขียนลงกระดาษ – การเขียนจะช่วยเสริมแรงให้กับความคิด
5. เลือกเวลาที่เหมาะสม – ช่วงเช้าหลังตื่นนอน และก่อนนอนเป็นเวลาที่สมองรับรู้ดีที่สุด
เรื่องราวของอีกหลายๆ คน
นอกจากแอนแล้ว ยังมีเรื่องเล่าของคนอื่นๆ อีกมากมาย
มีชายหนุ่มชื่อปีเตอร์ที่เคยกลัวการพูดต่อหน้าคนจำนวนมาก หลังจากใช้วิธีนี้เป็นเวลา 6 เดือน เขากลายเป็นนักพูดที่มั่นใจและได้เป็นหัวหน้าฝ่ายขายของบริษัท
หรือเรื่องของป้าสุดา อายุ 55 ปี ที่เคยคิดว่าตัวเองแก่เกินไปที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ หลังจากฝึกพูดกับตัวเองเชิงบวก เธอกลับไปเรียนต่อและได้ปริญญาโทในวัย 58 ปี
อุปสรรคที่อาจพบและวิธีแก้ไข
การเปลี่ยนแปลงไม่ใช่เรื่องง่าย หนังสือก็เตือนเรื่องอุปสรรคต่างๆ เช่น:
ความไม่เชื่อในตัวแรก – หลายคนรู้สึกแปลกๆ หรือหลอกตัวเองเมื่อเริ่มต้น วิธีแก้คือให้ทำต่อไปเรื่อยๆ ความรู้สึกแปลกๆ จะหายไปเอง
การลืม – บางวันอาจลืมทำ วิธีแก้คือตั้งเตือนในโทรศัพท์หรือติดกระดาษไว้ในจุดที่เห็นง่าย
ความคาดหวังที่สูงเกินไป – บางคนคิดว่าจะเปลี่ยนแปลงภายในสัปดาห์เดียว ความจริงคือต้องใช้เวลาอย่างน้อย 21-30 วัน
คนรอบข้างไม่เข้าใจ – อาจมีคนแกล้งหรือไม่เข้าใจ วิธีแก้คือไม่ต้องบอกใครในช่วงแรก ทำเพื่อตัวเองก่อน
ผลลัพธ์ระยะยาวที่คาดหวังได้
หลังจากทำอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาหนึ่งปี คนที่ฝึกฝนจะได้รับประโยชน์ดังนี้:
ด้านจิตใจ: ความมั่นใจเพิ่มขึ้น ความเครียดลดลง มีความสุขมากขึ้น
ด้านการงาน: ผลงานดีขึ้น ความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงานดีขึ้น โอกาสเลื่อนตำแหน่งเพิ่มขึ้น
ด้านสุขภาพ: นอนหลับดีขึ้น มีพลังมากขึ้น ระบบภูมิคุ้มกันแข็งแรงขึ้น
ด้านความสัมพันธ์: เป็นคนที่น่าอยู่ด้วยมากขึ้น ดึงดูดคนเชิงบวกเข้ามาในชีวิต
ข้อสังเกตสำคัญ
หนังสือเตือนว่า การพูดกับตัวเองเชิงบวกไม่ใช่เวทมนตร์ที่จะเปลี่ยนทุกอย่างในชั่วข้ามคืน แต่เป็นเครื่องมือที่ช่วยเปลี่ยนมุมมองและทัศนคติ ซึ่งจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมและผลลัพธ์ในชีวิต
นอกจากนี้ การพูดกับตัวเองเชิงบวกต้องไปคู่กับการกระทำด้วย เราไม่สามารถแค่นั่งพูดว่า “ฉันรวย” แล้วหวังว่าเงินจะหล่นลงมาจากฟ้า แต่เราจะพูดว่า “ฉันมีความสามารถในการสร้างรายได้” แล้วค่อยหาวิธีทำให้มันเป็นจริง
สรุป
“365 Days of Positive Self-Talk” เป็นหนังสือที่เปลี่ยนชีวิตได้จริง ไม่ใช่เพราะมันมีสูตรลับอะไรที่ซับซ้อน แต่เพราะมันสอนสิ่งง่ายๆ ที่มีพลังมหาศาล นั่นคือการเปลี่ยนวิธีพูดกับตัวเอง
ชีวิตของเราจะเป็นอย่างไร ขึ้นอยู่กับสิ่งที่เราเล่าให้ตัวเองฟังทุกวัน ถ้าเราเล่าเรื่องเศร้าๆ เราก็จะเศร้า ถ้าเราเล่าเรื่องดีๆ เราก็จะมีความสุข
การเปลี่ยนแปลงเริ่มต้นจากการเปลี่ยนแปลงคำพูดเล็กๆ น้อยๆ ที่เราพูดกับตัวเองในแต่ละวัน และเมื่อเวลาผ่านไป คำพูดเหล่านั้นจะกลายเป็นความจริงในชีวิตเรา
เหมือนที่แอนเคยบอกว่า “การพูดกับตัวเองเชิงบวกไม่ได้ทำให้ปัญหาหายไป แต่มันทำให้เรามีกำลังใจและความมั่นใจในการแก้ปัญหา และนั่นแหละคือสิ่งที่ทำให้ชีวิتเปลี่ยนไป”
วันนี้คุณจะเล่าเรื่องอะไรให้ตัวเองฟัง?
#hrรีพอร์ต
Leave a comment