ชายผู้เปลี่ยนโลกด้วยความคิด
ในปี ค.ศ. 1908 มีหนุ่มน้อยวัย 25 ปีชื่อ นโปเลียน ฮิลล์ ได้รับมอบหมายให้ไปสัมภาษณ์มหาเศรษฐี แอนดรูว์ คาร์เนกี หนึ่งในคนรวยที่สุดในโลกในขณะนั้น การสัมภาษณ์ครั้งนั้นควรจะจบภายใน 3 ชั่วโมง แต่กลายเป็น 3 วัน และเปลี่ยนเส้นทางชีวิตของฮิลล์ไปตลอดกาล
คาร์เนกีท้าทายฮิลล์ให้ไปศึกษาเคล็ดลับความสำเร็จจากเศรษฐีกว่า 500 คน โดยใช้เวลา 20 ปี โดยไม่ได้รับค่าตอบแทนใดๆ หากเขายอมรับ ฮิลล์ตอบรับโดยไม่ลังเล และจากจุดนั้น ก็เกิดเป็นหนังสือ “Think and Grow Rich” ที่มีคนอ่านไปแล้วกว่า 100 ล้านเล่มทั่วโลก
หลายสิบปีต่อมา ภูมิปัญญาของฮิลล์ถูกนำมารวบรวมเป็นหนังสือ “Napoleon Hill’s Positive Action Plan: 365 Meditations For Making Each Day a Success” หนังสือที่จะพาเราไปเรียนรู้เคล็ดลับความสำเร็จแบบทีละวัน ทีละก้าว
พลังแห่งความคิดที่เปลี่ยนโลกได้
1. ความคิดคือทุกสิ่งทุกอย่าง
หนังสือเล่มนี้เริ่มต้นด้วยหลักการพื้นฐานที่ว่า “สิ่งที่เราคิดคือสิ่งที่เราจะกลายเป็น” ฟังดูเหมือนไร้สาระ แต่ฮิลล์นำเสนอด้วยตัวอย่างจริงจากชีวิตของผู้ประสบความสำเร็จ
เขาเล่าถึง โทมัส เอดิสัน ที่ล้มเหลวในการประดิษฐ์หลอดไฟมากกว่า 10,000 ครั้ง แต่เมื่อมีคนถามว่าเขารู้สึกอย่างไร เอดิสันตอบว่า “ผมไม่ได้ล้มเหลว ผมแค่ค้นพบ 10,000 วิธีที่ไม่ได้ผล” ความคิดเชิงบวกนี้ทำให้เขาไม่ยอมแพ้ จนในที่สุดประสบความสำเร็จ
ตัวอย่างในชีวิตจริง: ลองนึกถึงคนที่เราคิดว่า “โชคไม่ดี” เสมอ สังเกตจะเห็นว่าเขามักเจอแต่เรื่องไม่ดี ในขณะที่คนที่คิดบวกมักเจอโอกาสดีๆ นั่นไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นเพราะความคิดกำหนดการกระทำ และการกระทำกำหนดผลลัพธ์
2. เป้าหมายที่ชัดเจนคือเข็มทิศชีวิต
ฮิลล์เน้นย้ำว่าคนส่วนใหญ่ล้มเหลวเพราะไม่รู้ว่าตัวเองต้องการอะไรแน่นอน เขายกตัวอย่าง เฮนรี ฟอร์ด ผู้ก่อตั้งบริษัท Ford ที่มีเป้าหมายชัดเจนคือ “ทำให้ทุกคนในอเมริกาสามารถซื้อรถยนต์ได้”
เมื่อฟอร์ดมีเป้าหมายชัด เขาจึงคิดค้นระบบสายพานการผลิต (Assembly Line) ที่ลดต้นทุนการผลิตลงอย่างมาก จนรถยนต์ Model T ราคาถูกลงจากเดิม 825 ดอลลาร์ เหลือเพียง 260 ดอลลาร์ ทำให้คนธรรมดาสามารถซื้อได้
การนำไปใช้: หนังสือแนะนำให้เขียนเป้าหมายลงกระดาษ และอ่านทุกเช้า-เย็น เช่น
- “ในอีก 2 ปี ผมจะมีเงินเก็บ 500,000 บาท”
- “ในอีก 1 ปี ผมจะได้ตำแหน่งหัวหน้าทีม”
- “ในอีก 6 เดือน ผมจะน้ำหนักลด 10 กิโลกรัม”
3. การกระทำต่อเนื่องคือกุญแจสำคัญ
ฮิลล์เล่าถึงนักเขียนอีกคนหนึ่งที่เขาสัมภาษณ์ ชายคนนั้นเขียนนิยายวันละ 500 คำเป็นเวลา 10 ปี ผลลัพธ์คือได้นิยาย 25 เล่มที่ขายดีระดับโลก คนส่วนใหญ่คิดว่า 500 คำเป็นจำนวนน้อย แต่เมื่อสะสมเป็น 10 ปี กลายเป็น 1.8 ล้านคำ หรือประมาณ 25 หนังสือ
ตัวอย่างการประยุกต์ใช้:
- อ่านหนังสือวันละ 10 หน้า = ปีหนึ่งอ่านได้ 18 เล่ม
- ออกกำลังกายวันละ 15 นาที = สุขภาพดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
- เรียนภาษาอังกฤษวันละ 30 นาที = ภายใน 2 ปีพูดได้คล่อง
หลักการสำคัญ 4 ข้อ
หลักการที่ 1: Master Your Mind (ควบคุมจิตใจตัวเอง)
หนังสือเล่าเรื่องของนักธุรกิจที่เจอปัญหาใหญ่ บริษัทใกล้ล้มละลาย แต่แทนที่จะหมดหวัง เขาใช้เวลา 10 นาทีทุกเช้าในการทำสมาธิและวิเคราะห์สถานการณ์อย่างเย็นชา
เขาเขียนปัญหาลงกระดาษ แล้วเขียนวิธีแก้ไขที่เป็นไปได้ 10 วิธี แม้จะดูเป็นไปไม่ได้ ทำแบบนี้ทุกวันเป็นเวลา 30 วัน ในที่สุดเขาพบทางออก และบริษัทกลับมาประสบความสำเร็จ
เทคนิคปฏิบัติ:
- เมื่อเจอปัญหา หยุด 5 วินาที หายใจเข้าลึกๆ
- ถามตัวเองว่า “สิ่งที่เกิดขึ้นจะสอนอะไรผม?”
- หาวิธีแก้ไข 3 วิธี แม้จะดูเป็นไปไม่ได้
หลักการที่ 2: Know Your Outcome (รู้จักผลลัพธ์ที่ต้องการ)
ฮิลล์เล่าถึงเศรษฐีคนหนึ่งที่เขาสัมภาษณ์ ชายผู้นั้นบอกว่า “ความแตกต่างระหว่างฝันกับเป้าหมายคือ วันที่ที่ชัดเจน”
เขายกตัวอย่างคนสองคนที่ต่างบอกว่า “อยากรวย” คนแรกแค่ฝัน ส่วนคนที่สองบอกว่า “วันที่ 31 ธันวาคม 2026 ผมจะมีสินทรัพย์สุทธิ 5 ล้านบาท โดยการลงทุนในหุ้น 40% อสังหาริมทรัพย์ 40% และธุรกิจส่วนตัว 20%” ใครจะประสบความสำเร็จมากกว่ากัน?
การวางแผนแบบ SMART:
- Specific (เฉพาะเจาจง) = อยากได้เงิน 1 ล้านบาท
- Measurable (วัดได้) = เก็บเดือนละ 10,000 บาท
- Achievable (ทำได้จริง) = ตามรายได้ปัจจุบัน
- Relevant (เกี่ยวข้อง) = สำคัญกับชีวิต
- Time-bound (มีเวลาจำกัด) = ภายใน 8 ปี 4 เดือน
หลักการที่ 3: Take Massive Action (กระทำอย่างจริงจัง)
หนังสือเล่าเรื่องของหญิงสาวที่อยากเป็นนักเขียน เธอเขียนทุกวันเป็นเวลา 3 ปี ส่งต้นฉบับไปสำนักพิมพ์ต่างๆ และถูกปฏิเสธ 127 ครั้ง แต่เธอไม่เคยหยุด ในที่สุด ต้นฉบับฉบับที่ 128 ถูกตอบรับ และกลายเป็นนิยายขายดี
3 ระดับของการกระทำ:
- ระดับ 1: ทำแค่พอ (ผลลัพธ์ธรรมดา)
- ระดับ 2: ทำด้วยความตั้งใจ (ผลลัพธ์ดี)
- ระดับ 3: ทำอย่างจริงจัง (ผลลัพธ์พิเศษ)
หลักการที่ 4: Change Your Approach (ปรับเปลี่ยนวิธีการ)
ฮิลล์เล่าถึงนักประดิษฐ์ที่พยายามทำเครื่องบินเป็นเวลา 10 ปี แต่ล้มเหลวทุกครั้ง วันหนึ่งเขาไปดูนกบิน และสังเกตว่านกไม่ได้กระพือปีกตลอดเวลา แต่ใช้ลมช่วย เขาจึงเปลี่ยนแนวคิด จากการพยายามกระพือปีก เป็นการใช้ลม และประสบความสำเร็จ
หลักการปรับตัว:
- ถ้าทำแบบเดิม 3 ครั้งแล้วไม่ได้ผล ต้องเปลี่ยนวิธี
- เมื่อเจอกำแพง อย่าพยายามทุบ ให้หาทางอ่อน
- เรียนรู้จากคนที่ประสบความสำเร็จแล้ว
ตัวอย่างการนำไปใช้ในชีวิตจริง
เรื่องราวของ “โจ” พนักงานออฟฟิศธรรมดา
โจเป็นพนักงานบัญชีเงินเดือน 25,000 บาท อายุ 28 ปี รู้สึกติดอยู่ในจุดเดิมๆ หลังจากอ่านหนังสือของฮิลล์ เขาเริ่มปฏิบัติตามแผน 365 วัน:
วันที่ 1-30: ปรับความคิด
- ตื่นเช้า 30 นาทีเพื่ออ่านหนังสือพัฒนาตัวเอง
- เขียนบันทึกความคิดเชิงบวก 3 ข้อทุกเย็น
- หยุดบ่นเรื่องงาน เริ่มมองหาโอกาส
วันที่ 31-90: ตั้งเป้าหมาย
- เป้าหมาย 3 ปี: เงินเดือน 50,000 บาท + เงินเก็บ 300,000 บาท
- เป้าหมาย 1 ปี: ได้เลื่อนตำแหน่ง + เรียนจบ MBA
- เป้าหมายรายเดือน: อ่านหนังสือ 2 เล่ม + ออกกำลังกาย 15 วัน
วันที่ 91-270: กระทำอย่างต่อเนื่อง
- สมัครเรียน MBA แบบทำงานไป เรียนไป
- เริ่มเรียน Excel และ PowerBI ขั้นสูง
- สมัครใจทำโครงการพิเศษในบริษัท
วันที่ 271-365: ปรับปรุงและพัฒนา
- เมื่อพบว่าการเรียนยากกว่าที่คิด เขาปรับวิธี จากเรียนคนเดียวเป็นตั้งกลุ่มเรียน
- เมื่อโครงการไม่เป็นไปตามที่คาด เขาขอคำแนะนำจากรุ่นพี่
- ผลลัพธ์: ได้เลื่อนตำแหน่งเป็น Senior และเงินเดือนขึ้น 35,000 บาท
เรื่องราวของ “แอน” แม่บ้านที่อยากเริ่มธุรกิจ
แอนอายุ 35 ปี มีลูก 2 คน อยากมีรายได้เสริมจากการขายอาหาร หลังอ่านหนังสือ เธอทำตามขั้นตอน:
การปรับความคิด:
- จากคิดว่า “ไม่มีเวลา ไม่มีทุน ไม่มีความรู้”
- เป็น “มีเวลา 2 ชั่วโมงตอนเย็น มีเงิน 5,000 บาทเริ่มต้น เรียนรู้จาก YouTube ได้”
การตั้งเป้าหมาย:
- 3 เดือนแรก: หารายได้ 5,000 บาท/เดือน
- 6 เดือน: หารายได้ 15,000 บาท/เดือน
- 1 ปี: หารายได้ 30,000 บาท/เดือน
การลงมือทำ:
- ทดลองขายข้าวผัดให้เพื่อนบ้าน 20 จาน
- ขายผ่าน Facebook และ Line
- ค่อยๆ เพิ่มเมนูและปริมาณ
ผลลัพธ์: ภายใน 8 เดือน แอนมีรายได้เสริม 25,000 บาท/เดือน และเริ่มคิดลาออกจากงานประจำ
ข้อคิดสำคัญจากหนังสือ
1. ความสำเร็จไม่ได้เกิดข้ามคืน
ฮิลล์เน้นว่าคนส่วนใหญ่มักคาดหวังผลลัพธ์เร็วเกินไป แต่ความจริงแล้ว ความสำเร็จเป็นผลรวมของการกระทำเล็กๆ น้อยๆ อย่างสม่ำเสมอ
เขาเปรียบเทียบกับการปลูกต้นไผ่ ในปีแรกจะไม่เห็นการเติบโตเลย แต่รากกำลังแผ่กว้างใต้ดิน ในปีที่ 2 ก็ยังไม่เห็นอะไร แต่ในปีที่ 3 ต้นไผ่จะเริ่มงอกและโตสูง 30 ฟุตภายในไม่กี่สัปดาห์
2. ความล้มเหลวคือครูที่ดีที่สุด
ทุกคนที่ฮิลล์สัมภาษณ์ต่างเล่าถึงความล้มเหลวที่สำคัญในชีวิต และส่วนใหญ่บอกว่านั่นคือจุดเปลี่ยนที่ทำให้พวกเขาเรียนรู้และแข็งแกร่งขึ้น
สูตรการเรียนรู้จากความล้มเหลว:
- ยอมรับว่าล้มเหลวจริง (ไม่หาข้อแก้ตัว)
- วิเคราะห์สาเหตุที่แท้จริง
- หาบทเรียนที่ได้รับ
- ปรับแผนและลองใหม่
3. สภาพแวดล้อมมีอิทธิพลมาก
ฮิลล์พบว่าคนที่ประสบความสำเร็จมักล้อมรอบตัวเองด้วยคนที่คิดในทางบวกและมีเป้าหมายคล้ายกัน ในขณะที่คนที่ไม่ประสบความสำเร็จมักคบคนที่บ่นเรื่อง และคิดแต่เรื่องลบ
การสร้างสภาพแวดล้อมที่ดี:
- หาเพื่อนที่มีเป้าหมายในชีวิต
- เลิกดูข่าวที่เน้นแต่เรื่องลบ
- อ่านหนังสือดีๆ แทนการเล่น Social Media
- เข้าร่วมกลุ่มหรือชมรมที่เกี่ยวกับความสนใจ
การเริ่มต้นคือการเปลี่ยนแปลงที่ตัวเอง
หนังสือ “Napoleon Hill’s Positive Action Plan” ไม่ใช่แค่หนังสือให้แรงบันดาลใจ แต่เป็นคู่มือปฏิบัติที่นำไปใช้ได้จริง ด้วยการจัดเป็น 365 วัน ทำให้เราไม่รู้สึกหนักใจ แต่ค่อยๆ ปรับเปลี่ยนไปทีละนิด
หลักการสำคัญที่ต้องจำ:
- ความคิดกำหนดทุกสิ่ง – เริ่มจากการคิดบวก
- เป้าหมายชัดเจนคือเข็มทิศ – รู้ว่าต้องการอะไร
- การกระทำต่อเนื่องสร้างปฏิหาริย์ – ทำทุกวันแม้เพียงนิดหน่อย
- ความยืดหยุ่นคือความแข็งแกร่ง – ปรับวิธีเมื่อไม่ได้ผล
สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการเริ่มต้น วันนี้ เดี๋ยวนี้ อย่ารอให้ “พร้อม” เพราะความพร้อมเกิดจากการทำ ไม่ใช่การรอ
ดังที่นโปเลียน ฮิลล์เคยกล่าวไว้ว่า **”อย่าเฝ้ารอโอกาสที่สมบูรณ์แบบ ให้เริ่มต้นด้วยสิ่งที่มีอยู่ ณ ที่ที่เราอยู่ ด้วยสิ่งที่เราเป็น แล้วโอกาสที่ดีกว่าจะมาหาเราเอง”
การเปลี่ยนแปลงชีวิตไม่ได้เริ่มต้นจากการได้รับโชค หรือการเกิดมาในครอบครัวที่ดี แต่เริ่มต้นจากการตัดสินใจที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเองในวันนี้ และทำต่อไปทุกวันจนกลายเป็นนิสัย และนิสัยจะกลายเป็นชะตากรรมของเรา
เริ่มต้นได้ตั้งแต่วันนี้:
- เขียนเป้าหมาย 1 ข้อ ที่อยากบรรลุในปีหน้า
- ทำสิ่งเล็กๆ ที่จะนำไปสู่เป้าหมายนั้น 1 อย่างวันนี้
- ทำต่อไปทุกวัน แม้จะเพียงนิดเดียว
จำไว้ว่า ความสำเร็จไม่ได้มาจากการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ แต่มาจากการเปลี่ยนแปลงเล็กๆ น้อยๆ ที่สะสมกันเป็นเวลานาน และหนังสือเล่มนี้จะเป็นเพื่อนร่วมทางที่คอยเตือนใจและให้กำลังใจเราทุกวันตลอด 365 วัน จนกว่าการเปลี่ยนแปลงนั้นจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของตัวเราไปตลอดกาล
#hrรีพอร์ต
Leave a comment