ในคดีนี้ ศาลฎีกาได้วินิจฉัยกรณีที่นายจ้างไม่ได้จัดให้ลูกจ้างเกษียณอายุเมื่อครบ 50 ปี ตามข้อบังคับของบริษัท แต่ยังคงให้ลูกจ้างทำงานต่อไป โดยศาลเห็นว่าการที่นายจ้างให้อยู่อำนาจในการทำงานต่อหลังจากเกษียณอายุไม่ถือว่าเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม เนื่องจากเป็นการเอื้อประโยชน์ให้แก่ลูกจ้าง

ข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายที่สำคัญ:

  • ข้อบังคับเกี่ยวกับการเกษียณอายุ: ข้อบังคับระบุให้พนักงานทั่วไปเกษียณอายุเมื่อครบ 50 ปี และให้มีผลเป็นการเลิกจ้างในวันที่ 31 ธันวาคมของปีนั้น
  • กรณีในคดี: ลูกจ้างทั้งสองไม่ถูกให้ออกจากงานเมื่อครบอายุ 50 ปีตามข้อบังคับ แต่กลับได้รับสิทธิในการทำงานต่อไป ซึ่งโจทก์ที่ 1 ทำงานเกิน 2 ปี และโจทก์ที่ 2 ทำงานเกิน 4 ปี
  • การต่ออายุการทำงาน: การที่นายจ้างให้ลูกจ้างทำงานต่อไปหลังจากอายุครบเกษียณถือเป็นการเอื้อประโยชน์และให้คุณแก่ลูกจ้าง

คำตัดสินของศาล:

ศาลฎีกาพิจารณาแล้วเห็นว่าการที่นายจ้างไม่ได้ให้ลูกจ้างเกษียณตามข้อบังคับแต่ยังคงให้ทำงานต่อไปนั้น ถือว่าเป็นการให้ประโยชน์แก่ลูกจ้าง หลังจากนั้นนายจ้างสามารถใช้อำนาจตามข้อบังคับในการเกษียณอายุได้โดยไม่ถือว่าเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม

ดังนั้น การเลิกจ้างลูกจ้างทั้งสองเมื่อถึงอายุเกษียณตามข้อบังคับจึงไม่เป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม และศาลฎีกาพิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์ทั้งสอง


สรุป:

การที่นายจ้างให้ลูกจ้างทำงานต่อหลังจากอายุครบ 50 ปี และภายหลังใช้สิทธิในการเกษียณอายุถือเป็นการใช้สิทธิของนายจ้างตามข้อบังคับ โดยไม่ถือว่าเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม

อ้างอิงจาก คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๔๑๑๙ – ๔๑๒๐/๒๕๔๗ 

#hrรีพอร์ต

Posted in

Leave a comment