
ประเด็นสำคัญของคดี:
นายจ้างกำหนดอายุเกษียณงานไว้ที่ 55 ปีบริบูรณ์ และลูกจ้างมีสิทธิได้รับค่าชดเชยตามข้อบังคับเมื่อต้องเกษียณงาน แต่หลังจากครบกำหนดเกษียณ นายจ้างต่อสัญญาจ้างใหม่เป็นเวลา 1 ปี ต่อมาลูกจ้างลาออกก่อนครบสัญญา ลูกจ้างจึงเรียกร้องค่าชดเชยจากการเกษียณอายุ
ข้อเท็จจริงที่สำคัญ
- โจทก์ (ลูกจ้าง) ทำงานในตำแหน่งผู้ควบคุมงานคลังพัสดุ และอายุครบ 55 ปีบริบูรณ์เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2556 ซึ่งตามข้อบังคับของจำเลย (นายจ้าง) ถือเป็นเกษียณอายุและมีสิทธิได้รับค่าชดเชย
- หลังเกษียณ นายจ้างได้ต่อสัญญาจ้างใหม่อีก 1 ปีในตำแหน่งและค่าจ้างเดิม
- โจทก์ลาออกในวันที่ 23 เมษายน 2556 เนื่องจากปัญหาสุขภาพ และนายจ้างไม่ได้จ่ายค่าชดเชยเกษียณอายุ
การวินิจฉัยของศาล
1. ศาลแรงงานภาค 4
พิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยเกษียณอายุให้โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี
2. ศาลฎีกา
ศาลฎีกายืนตามคำพิพากษาของศาลแรงงานภาค 4 และวินิจฉัยเพิ่มเติมดังนี้:
- สิทธิค่าชดเชยจากการเกษียณอายุเกิดขึ้นแล้ว: โจทก์มีสิทธิได้รับค่าชดเชยจากการเกษียณอายุ 55 ปีบริบูรณ์ ตามข้อบังคับเดิมของนายจ้าง แม้จะมีการต่อสัญญาจ้างใหม่ก็ตาม
- ไม่มีเงื่อนไขเพิ่มเติมในการจ่ายค่าชดเชย: จำเลยไม่ได้แจ้งเงื่อนไขว่าโจทก์ต้องทำงานครบกำหนดสัญญาใหม่จึงจะได้รับค่าชดเชย
- การต่อสัญญาใหม่ไม่กระทบสิทธิเดิม: การทำสัญญาจ้างใหม่ถือเป็นการว่าจ้างต่อเนื่อง ไม่ได้มีผลต่อสิทธิที่โจทก์ได้รับค่าชดเชยจากการเกษียณอายุ
คำสั่งศาลฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า
- จำเลยต้องจ่ายค่าชดเชยเกษียณอายุให้โจทก์ เนื่องจากสิทธิดังกล่าวเกิดขึ้นแล้วตั้งแต่ครบอายุ 55 ปีบริบูรณ์
- การต่อสัญญาจ้างใหม่เป็นเพียงการทำงานต่อเนื่อง และไม่เป็นเหตุให้ลูกจ้างเสียสิทธิค่าชดเชย
ข้อสรุป
กรณีที่นายจ้างกำหนดอายุเกษียณงานไว้ชัดเจน ลูกจ้างมีสิทธิได้รับค่าชดเชยเมื่อครบกำหนดเกษียณ แม้จะมีการต่อสัญญาจ้างใหม่ ลูกจ้างยังคงมีสิทธิได้รับค่าชดเชยจากการเกษียณอายุงานตามระเบียบข้อบังคับเดิมของนายจ้าง.
อ้างอิงจาก คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10193/2558
#hrรีพอร์ต
Leave a comment