สรุปเนื้อหา:

  • การโอนกิจการ: บริษัท ด. ซึ่งเป็นนายจ้างเดิมของโจทก์ ประสบปัญหาธุรกิจและจดทะเบียนเลิกกิจการ ต่อมาได้มีการจัดตั้งบริษัทจำเลยที่ 1 ขึ้นเพื่อรับโอนกิจการและพนักงานทั้งหมดของบริษัท ด. ตามกฎหมายแรงงานมาตรา 13 ซึ่งระบุว่า นายจ้างใหม่ต้องรับสิทธิและหน้าที่ทั้งหมดที่มีต่อพนักงานเดิมของนายจ้างเก่า
  • การเลิกจ้างโดยไม่ชอบ: จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นนายจ้างใหม่ ได้เลิกจ้างโจทก์โดยอ้างเหตุการยกเลิกใบอนุญาตทำงาน และยังจดทะเบียนยกเลิกสถานภาพนิติบุคคลของบริษัท โดยมีจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นกรรมการและผู้ชำระบัญชีดำเนินการแทน
  • คำพิพากษา:
    • จำเลยที่ 1 ต้องรับผิดชอบจ่ายค่าจ้าง ค่าชดเชย และเงินอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องแก่โจทก์ตามกฎหมายแรงงาน เนื่องจากเป็นนายจ้างโดยตรงของโจทก์
    • ส่วนจำเลยที่ 2 ซึ่งกระทำการในฐานะผู้แทนของจำเลยที่ 1 และผู้ชำระบัญชี ไม่ต้องรับผิดชอบในส่วนตัว เนื่องจากไม่ได้มีหน้าที่เป็นนายจ้างโดยตรงตามกฎหมาย
  • บทสรุปของคดี: การโอนกิจการจากบริษัท ด. ไปยังบริษัทจำเลยที่ 1 ถือเป็นการโอนสิทธิและหน้าที่ของนายจ้างโดยสมบูรณ์ จำเลยที่ 1 จึงต้องรับผิดชอบทุกประการตามที่ศาลแรงงานภาค 5 และศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษแผนกคดีแรงงานพิพากษา ขณะที่จำเลยที่ 2 ไม่มีความผิดในส่วนตัวตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1250

อ้างอิงจาก คำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษที่ ๑๖๖/๒๕๖๐

#hrรีพอร์ต

Posted in

Leave a comment