
ในคดีนี้ โจทก์ฟ้องว่า ตนเป็นลูกจ้างของจำเลยที่ 2 แต่ไม่ได้รับค่าจ้าง สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า และค่าชดเชยจากการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม โดยโจทก์ระบุว่าได้ทำงานให้จำเลยที่ 2 ระหว่างเดือนมีนาคมถึงเมษายน 2559 แต่พนักงานตรวจแรงงานวินิจฉัยว่าโจทก์ไม่ใช่ลูกจ้างของจำเลยที่ 2 โจทก์จึงขอให้ศาลเพิกถอนคำสั่งดังกล่าว และบังคับให้จำเลยที่ 2 ชำระเงินตามสิทธิแรงงานที่ค้างอยู่ รวมทั้งค่าชดเชยพร้อมดอกเบี้ย
ข้อเท็จจริงในคดี
- จำเลยที่ 2 ได้ว่าจ้างบริษัท ด. ให้เข้ามาบริหารกิจการ ซึ่งบริษัท ด. มีอำนาจในการบริหารงานแทนจำเลยที่ 2 รวมถึงการจ้างลูกจ้างด้วย
- บริษัท ด. โดยนาย อ. ได้ทำสัญญาจ้างโจทก์เป็นลูกจ้าง ขณะเดียวกัน นาง พ. ซึ่งเป็นกรรมการผู้จัดการของจำเลยที่ 2 ยังส่งข้อความสั่งงานโจทก์ผ่านแอปพลิเคชันไลน์
- พฤติการณ์ดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า โจทก์อยู่ภายใต้การบังคับบัญชาของจำเลยที่ 2
ศาลแรงงานภาค 2 พิจารณาเห็นว่า การที่บริษัท ด. ทำสัญญาจ้างโจทก์ ถือเป็นการกระทำในฐานะตัวแทนของจำเลยที่ 2 ดังนั้น โจทก์จึงถือว่าเป็นลูกจ้างของจำเลยที่ 2 การเลิกจ้างโจทก์โดยไม่จ่ายค่าชดเชยจึงเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม ศาลจึงมีคำสั่งให้เพิกถอนคำวินิจฉัยของพนักงานตรวจแรงงาน และบังคับให้จำเลยที่ 2 ชำระค่าจ้างและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า พร้อมดอกเบี้ย
ข้อโต้แย้งจากจำเลย
จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ว่า
- จำเลยที่ 2 ไม่เคยว่าจ้างบริษัท ด. ให้เข้ามาบริหารงาน หรือมอบอำนาจให้กระทำการแทน
- ข้อความสั่งงานในแอปพลิเคชันไลน์เป็นเพียงการประสานงาน ไม่ใช่การบังคับบัญชา
- การรับฟังว่าโจทก์เป็นลูกจ้างของจำเลยที่ 2 ขาดหลักฐานที่หนักแน่น
คำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ
ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษพิจารณาแล้วเห็นว่า อุทธรณ์ของจำเลยเป็นการโต้แย้งข้อเท็จจริง ซึ่งเป็นเรื่องต้องห้ามตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 54 วรรคหนึ่ง จึงไม่รับวินิจฉัย
สรุป
โจทก์ได้รับการยืนยันว่าเป็นลูกจ้างของจำเลยที่ 2 เนื่องจากการจ้างงานผ่านตัวแทนและพฤติการณ์บังคับบัญชาผ่านข้อความแอปพลิเคชันไลน์ ศาลพิพากษาให้เพิกถอนคำสั่งพนักงานตรวจแรงงาน และบังคับให้จำเลยที่ 2 ชำระเงินตามสิทธิแรงงานที่โจทก์เรียกร้อง
อ้างอิงจาก คำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษที่ ๘๔๖/๒๕๖๐ (คดีเพิกถอนคำสั่งพนักงานตรวจแรงงาน)
#hrรีพอร์ต
Leave a comment